Category Archives: Hard News

BIOSTAR เปิดตัวเมนบอร์ดบนแพลตฟอร์ม AMD ในรุ่น A780L3C สำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น

A780L3C มาพร้อมกับชิปเซ็ต AMD 760G สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ AMD Phenom II Athlon II และ Sempron ที่ใช้ซอกเก็ตแบบ AM3 และมีค่า TDP อยู่ที่ 95Watt เทคโนโลยีสำคัญของแพลตฟอร์ม AMD ที่ A780L3C มีนั้นคือ Hyper Transport ที่มีแบนด์วิทสูงสุดถึง 3.2Gbps และเทคโนโลยี Cool ‘n’ Quiet ที่ช่วยทำให้คอมพิวเตอร์มีอุณหภูมิที่ไม่สูงจนเกินไป ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเสียงรบกวนระหว่างการทำงานที่ต่ำ

จุดเด่นของ AMD 760G นั้นคือกราฟิกชิปอินติเกรตรุ่น ATI Radeon HD3000 ที่สามารถแชร์เมมโมรีจากเมมโมรีหลักได้สูงสุดถึง 1024MB (เป็นการอัพเกรดจาก A780L3B รุ่นเดิมที่แชร์ได้เพียง 512MB) โดยที่ A780L3C นั้นยังมาพร้อมกับสล็อต PCI-E x16 สำหรับกราฟิกการ์ดแยกเพิ่มเติม หาก Radeon HD3000 นั้นไม่เพียงพอกับการใช้งานของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี BIOSTAR-Flasher ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถอัพเดตไบออสได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนคาปาซิเตอร์แบบโซลิด ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและเสถียรภาพที่ดีกว่า

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อที่คุ้นเคย อย่าง USB 2.0 4 พอร์ต SATA ทั้งหมด 4 พอร์ต และ 2 พอร์ตที่รองรับการทำงาน RAID IDE หนึ่งพอร์ต LAN10/100 พอร์ต PS/2 และขนาดเมนบอร์ดแบบ micro ATX (22.5×18.2cm) A780L3C แสดงให้เห็นถึงความประณีตและเอาใจใส่ของของผู้ประกอบพีซีและผู้ใช้ระดับกลางที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์แพลตฟอร์ม AMD ที่มีราคาไม่แพงจนเกินไป

A780L3C มีวางจำหน่าย ณ ตัวแทนจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ ด้วยราคาเพียง 1,280 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปีเต็ม

รายละเอียดเกี่ยวกับ BIOSTAR A780L3C

อะแดปเตอร์ ของยี่ห้ออื่นๆที่พบในร้านค้าราคาถูกมากกว่าการเสนอขาย Apple’s

 

หลายสัปดาห์หลังจาก iPhone 5 ขายไปมีข้อจำกัดเปรียบเทียบสำหรับ Lightning กับสายเคเบิล USB และอะแดปเตอร์ Lightning 30 pin ราคาที่ S $ 28 และ S $ 42 ตามลำดับอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการเรียกว่าราคาถูกและนี้ได้ทำให้หลายคนที่จะหันไปหาของยี่ห้ออื่น ซึ่งเป็นทางเลือก (อ่าน: ซึ่งไม่ใช่ยี่ห้อที่จีนทำ) ตัวอย่างเช่นจำนวนมากที่ไม่ใช่ Apple ผู้ค้าปลีกผู้มีอำนาจตอนนี้ขาย Lightning ของยี่ห้ออื่นกับสายเคเบิล USB สำหรับราคาประมาณตัวล่ะ S $ 18

Lightning อะแดปเตอร์ 30 pin ของยี่ห้ออื่น ที่อยู่ในมือคนอื่นและยากที่จะหาได้จนถึงปัจจุบัน สัปดาห์ที่ผ่านมาเราพบร้านค้าที่หน้าศูนย์ Harbour ขาย lightning อะแดปเตอร์ 30 pin อย่างไม่เป็นทางการ และแม้กระทั่งอะแดปเตอร์ USB ขนาดเล็กที่ราคา S $ 20 สำหรับธุรกิจที่ได้มาอย่างง่ายดายคือ 50% ซึ่งเป็นราคาปิดของ Apple เอง

และแน่นอนตั้งแต่เราไม่ได้ทดสอบใด ๆ สิ่งเหล่านี้ของเสนอบุคคลอื่น เราไม่สามารถบอกคุณได้ ถ้าพวกเขาทำงานตามที่ตั้งใจไว้ แต่นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้ นอกจากการเรียกเก็บเงินและการทำให้ข้อมูลตรงกัน อะแดปเตอร์ของ Apple อะแดปเตอร์ 30 pin ยังสนับสนุนเอาต์พุตเสียงอะนาล็อกและเสียง USB (แม้ว่าการแสดงผลวิดีโอไม่ได้) ไม่ว่าจะเป็นอะแดปเตอร์ของยี่ห้ออื่นหรือบุคคลอื่น มันจะสนับสนุนการทำงานเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้เป็นที่รู้จัก หากคุณเป็นคนหนึ่งเคยใช้ ที่เราอยากจะได้ยินจากคุณ

ทั้งหมดเหล่านี้ ถูกกล่าวว่ามีการขายที่ไม่มีของยี่ห้อหรือบุคคลอื่น อุปกรณ์ Lightning ออนไลน์ ที่ยกตัวอย่างเช่น iPhone5Mod ที่ประเทศจีนจะขาย lightning ของตัวเองและอะแดปเตอร์ออนไลน์รวมทั้งสาย USB และ iPhone 5 แท่นวางที่มี lightning กระพริบ
 

ผลการวิจัยจากจาบร้าเปิดเผยว่าธุรกิจต่างๆ ประสบปัญหาด้านการสร้างผลิตผลในการทำงาน

ผลการวิจัยจากจาบร้าเปิดเผยว่าธุรกิจต่างๆ กำลังประสบปัญหาด้านการสร้างผลิตผลในการทำงาน

 

จาบร้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและออดิโอ ได้เปิดตัวรายงานการวิจัย Productivity at the Office – Challenges 2015 โดยรายงานดังกล่าวได้เปิดเผยให้เห็นถึงอุปสรรคที่ธุรกิจต่างๆ ต้องเผชิญ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมต่อการเพิ่มผลิตผลในการทำงาน เนื่องจากพนักงานต้องประสบปัญหาจากสิ่งรบกวนต่างๆ การประชุมที่ขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ และเทคโนโลยีที่ไร้ประสิทธิภาพ ธุรกิจต่างๆ ลงทุนไปกับเวลาและอุปกรณ์เพื่อให้พนักงานออฟฟิศที่มีความเชี่ยวชาญ หรือ พนักงานมืออาชีพ (Knowledge worker คือผู้ที่มีความสามารถเฉพาะในวิชาชีพ เช่น ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการด้านการเงินเฉพาะด้าน พนักงานขาย ทนายความ สถาปนิก นักออกแบบ เป็นต้น) สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พนักงานยังคงต้องรับมือกับสิ่งรบกวนสูงสุดถึง 17 ชนิดในระหว่างการทำงานแต่ละวัน และยังต้องเข้าร่วมการประชุมที่ไม่ส่งเสริมต่อการสร้างผลิตผลในการทำงาน อีกทั้งยังต้องพบกับอุปสรรคในการใช้เทคโนโลยีที่ตั้งใจนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลิตผลในการทำงาน

ข้อค้นพบที่สำคัญของการวิจัย:
• พนักงานร้อยละ 36 มีความเห็นว่าการประชุมในออฟฟิศทำให้ผลิตผลในการทำงานลดลง
• พนักงานร้อยละ 46 มีความเห็นว่าระดับความดังของเสียงรบกวนคือปัญหาที่ทำให้เสียสมาธิในการทำงานในออฟฟิศมากที่สุด
• พนักงานร้อยละ 28 รู้สึกรำคาญใจกับจำนวนอีเมล์ที่มากเกินไป อย่างไรก็ตาม พนักงานร้อยละ 78 ชอบส่งอีเมล์มากกว่าการสนทนาทางโทรศัพท์เพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน

ผลการสำรวจในรายงาน Productivity at the Office เปิดเผยว่าพนักงานส่วนใหญ่ขาดความเชื่อมั่นต่อการสร้างผลิตผลในการทำงานผ่านพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มที่ธุรกิจได้สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่ในออฟฟิศแบบแปลนเปิด (ร้อยละ 34) ซึ่งถูกมองว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการสร้างผลิตผลในการทำงานน้อยที่สุด (ร้อยละ 35 เห็นด้วย)

รูปการประชุมที่ไร้ประสิทธิภาพ

ผลการรายงานแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของพนักงานมืออาชีพที่ไม่สามารถบริหารจัดการเวลาในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพได้
• โดยพนักงานจำนวนกว่าครึ่ง (ร้อยละ 51) เห็นด้วยว่าการประชุมโดยไม่มีทิศทางหรือระเบียบวาระที่ชัดเจนเป็นสาเหตุของการเสียเวลาในการประชุมไปอย่างเปล่าประโยชน์
• ในขณะที่พนักงานร้อยละ 32 อ้างว่าสาเหตุเกิดจากการขาดทักษะในการตัดสินใจ
• พนักงานร้อยละ 31 อ้างถึงการติดตามผลที่ไม่ต่อเนื่อง
• พนักงานร้อยละ 26 อ้างถึงการเตรียมการประชุมที่ไม่ดีพอ
• พนักงานร้อยละ 25 อ้างถึงผลกระทบจากการที่มีผู้เข้าร่วมการประชุมที่มาสาย
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ ส่วนหนึ่งของปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้กับพนักงานมากที่สุดคือปัญหาด้านเสียง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการที่ไม่ได้ยินเสียงของผู้พูดขณะประชุม เสียงรบกวนที่เข้ามาแทรก ปัญหาในการเชื่อมต่อ คุณภาพของระบบเสียงโดยรวม หรือการที่ไม่รู้ว่าลำโพงที่ใช้อยู่กำลังทำงานตามปกติหรือไม่ รวมถึงการที่ไม่รู้ว่าผู้เข้าร่วมการประชุมคนอื่นๆ สามารถได้ยินเสียงจากลำโพงหรือไม่ นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าวซึ่งสร้างความรำคาญใจให้กับเหล่าพนักงานมืออาชีพมักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม รายงานได้แสดงให้เห็นถึงข้อสังเกตที่ว่าพนักงานมืออาชีพส่วนใหญ่ยังคงต้องการเข้าร่วมการประชุมถึงแม้ว่าจะต้องประสบกับปัญหาความรำคาญใจดังกล่าว เนื่องจากการรับรู้ที่เชื่อว่าการประชุมจะช่วยเพิ่มผลิตผลในการทำงานโดยรวมขององค์กร ถึงแม้จะมีพนักงานมืออาชีพร้อยละ 36 กล่าวว่าการประชุมทำให้ผลิตผลในการทำงานส่วนบุคคลลดลง

ผลิตผลในการทำงานที่เกิดขึ้นจากระยะเวลาที่ใช้ในการทำงานที่โต๊ะทำงานของพนักงานแต่ละคนก็มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากพนักงานแต่ละคนใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง โดยคิดเป็นกว่าร้อย 66 ของจำนวนเวลาการทำงานทั้งหมดในหนึ่งสัปดาห์ (ซึ่งมากกว่าจำนวนเวลาที่ใช้ในการประชุมกว่า 6 เท่า) ดังนั้น โต๊ะทำงานของพนักงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลิตผลในการทำงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง อย่างไรก็ตาม พนักงานมืออาชีพจะต้องรับมือกับสิ่งรบกวนถึง 17 ชนิดในระหว่างการทำงาน ซึ่งส่วนมากเป็นสิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นจากคน โดยปัญหาที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือ
• สิ่งรบกวนที่เกิดจากระดับเสียงรบกวน (ร้อยละ 46)
• การขัดจังหวะการทำงานโดยเพื่อนร่วมงาน (ร้อยละ 43)
• จำนวนอีเมล์ (ร้อยละ 28)
นอกจากนี้ พนักงานยังให้ความสำคัญกับปัจจัยเชิงสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่สามารถควบคุมให้ดียิ่งขึ้นได้ เช่น อุณหภูมิ คุณภาพอากาศ และความเป็นส่วนตัวที่ไม่เพียงพอ ดังนั้น การทบทวนเรื่องการจัดพื้นที่โต๊ะทำงานของพนักงานใหม่อีกครั้งเพื่อส่งเสริมการใช้เวลาทำงานอย่างมีสมาธิที่ดียิ่งขึ้นอาจช่วยขจัดอุปสรรคมากมายที่ส่งผลเชิงลบต่อการสร้างผลิตผลในที่ทำงานได้



มร.โฮลเกอร์ ไรซิงเกอร์ รองประธานอาวุโสของจาบร้า กล่าวว่า “ผลิตผลในการทำงานมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จและการรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ทรัพยากรทุกอย่างที่ได้รับการจัดสรรควรถูกนำไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดเพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ควบคู่ไปกับขั้นตอนการดำเนินงานและเครื่องมือที่ถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ในขณะที่องค์กรหลายแห่งได้ออกแบบพื้นที่การทำงานเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม อีกทั้งยังได้ลงทุนไปกับเทคโนโลยีเพื่อให้พนักงานได้ประสานงานกับลูกค้าผ่านการประชุมหรือการสนทนาทางโทรศัพท์ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ตามที่ได้วางแผนไว้เสมอไป ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องประเมินความต้องการของพนักงานมืออาชีพในองค์กรใหม่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตผลจากการทำงานตลอดทั้งวันของพนักงานกำลังนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงธุรกิจ”

เทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญ
รายงานดังกล่าวเน้นให้เห็นว่าผลิตผลในการทำงานที่จำกัดในสถานที่ทำงานส่งผลกระทบต่อความสามารถของบริษัทในการจูงใจและรักษาพนักงานไว้ เนื่องจากสิ่งรบกวนในสถานที่ทำงานส่งผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว (work-life balance) ของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ ปัญหาหลักที่พนักงานมืออาชีพกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันคือการทำงานให้เสร็จภายในเวลางาน โดยมีพนักงานร้อยละ 36 ที่ทำงานนอกเวลาและทำงานนอกออฟฟิศเพื่อให้งานเสร็จก่อนวันทำงานวันถัดไป

เทคโนโลยีอย่างเช่น สมาร์ทบอร์ด ลำโพง ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารโครงการ (project management software) หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการสร้างแผนที่ความคิดหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการระดมสมอง (mind-mapping software หรือ brainstorming software) มักถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้การประชุมดำเนินไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้มักจะส่งผลกระทบที่ขัดต่อการสร้างผลิตผลในการทำงาน เช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการติดตั้งการประชุมทางโทรศัพท์ ผลจากรายงานที่น่าสังเกตเกี่ยวกับเวลาและการลงทุนที่สูญเสียไประบุว่า ร้อยละ 25 ของการประชุมมักจะเกิดการล่าช้าเนื่องจากปัญหาเชิงเทคนิคและปัญหาจากตัวผู้ใช้งานเอง ซึ่งส่งผลให้เสียเวลาในการประชุมโดยเฉลี่ยครั้งละ 2.7 นาที นอกจากนี้ ธุรกิจยังต้องใช้ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามจำนวนของผู้เข้าร่วมการประชุม ในขณะที่การประชุมร้อยละ 71 มักเกิดขึ้นในสถานที่แห่งเดียว ยังมีการประชุมอีกร้อยละ 29 ที่เกิดขึ้นจากหลากหลายสถานที่ ดังนั้นเทคโนโลยีสำหรับการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม พนักงานมืออาชีพยังคงพบกับปัญหาเวลาใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว โดยพนักงาน 5 ใน 10 คนกล่าวว่าเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจในการทำงานมากที่สุด

มร.โฮลเกอร์ ไรซิงเกอร์ แสดงความเห็นว่า “ธุรกิจต่างๆ ต้องหาวิธีการรักษาสมดุลระหว่างการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและการสร้างสมาธิในการทำงานของพนักงาน ในปัจจุบัน ธุรกิจประสบความสำเร็จในการช่วยให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จผ่านการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้มากยิ่งขึ้น และยังจำเป็นต้องรักษาความสำเร็จนี้เอาไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องแน่ใจว่าพนักงานจะไม่เสียเวลาไปกับการใช้เทคโนโลยีที่ไร้ประสิทธิภาพ มิฉะนั้น องค์กรต่างๆ ก็จะต้องสูญเสียทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์ในแต่ละครั้งที่พนักงานไม่สามารถจัดการกับการประชุมทั่วไปหรือการประชุมผ่านโทรศัพท์ได้สำเร็จ ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวยังคงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในปัจจุบัน ธุรกิจยังต้องคำนึงถึงการบรรลุผลสำเร็จในการสร้างผลิตผลจากเวลาที่ลูกจ้างใช้ในการทำงานอย่างมีสมาธิ รวมถึงพื้นที่ในการทำงานที่สามารถปรับได้ตามความต้องการของบุคคล ความเหมาะสมของงาน หรือบทบาทในการทำงาน ซึ่งต่างเป็นวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่ธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาตาม”

Kaspersky จัดใหญ่.. จัดให้ส่งท้ายปี โปรโมชั่นลด 50% เมื่อซื้อพีซี-โน้ตบุ๊ค

Kaspersky จัดใหญ่.. จัดให้ส่งท้ายปี โปรโมชั่นลด 50% เมื่อซื้อพีซี-โน้ตบุ๊ค

แคสเปอร์สกี้ แลป จับมือไอคอมเทค พร้อมพันธมิตรไอที จัดโปรโมชั่นส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมื่อซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คทุกแบรนด์ที่ร้าน Banana IT และร้าน JIB ทุกสาขาทั่วประเทศ รับสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์ของ KASPERSKY ได้ในราคาลด 50%

• Kaspersky Anti-Virus 2016 1PC (New Package) เหลือ 345 บาท จากปกติ 690 บาท
• Kaspersky Internet Security 2016 1PC (New Package) เหลือ 445 บาท จากปกติ 890 บาท

ตั้งแต่วันนี้ถึง 4 มกราคม พ.ศ. 2559 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Kaspersky Service Center 0-2203-7500 หรือหน้าร้านที่ร่วมรายการ

แอ็กซิสส่งกล้องโดมหมุนส่าย-ก้มเงย-ซูมได้รอบทิศทาง (PTZ dome camera)

แอ็กซิสส่งกล้องโดมหมุนส่าย-ก้มเงย-ซูมได้รอบทิศทาง (PTZ dome camera)
ตัวแรกที่มีความละเอียดระดับ 4K สู่ตลาด

กล้อง AXIS Q6128-E ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงด้วยการผสานรวมการออกแบบกล้องที่ให้ภาพวิดีโอความคมชัดสูงเป็นพิเศษ มีความละเอียดมากกว่าความละเอียดระดับ HDTV 1080p ถึงสี่เท่า มีขนาดกะทัดรัดเหมาะทั้งติดตั้งกลางแจ้งและในที่ร่ม จับภาพเหตุการณ์ได้อย่างครบถ้วนแม่นยำและให้ภาพคมชัดจากทุกทิศทาง

แอ็กซิส คอมมูนิเคชั่นส์ ผู้นำระดับโลกด้านกล้องวิดีโอบนระบบเครือข่ายนำเสนอผลิตภัณฑ์กล้องหมุนส่าย-ก้มเงย และซูมได้รอบทิศทาง (PTZ) รุ่นล่าสุด เสริมประสิทธิภาพให้กับกล้องโดมระบบเครือข่ายตระกูล Q61 ทั้งนี้ AXIS Q6128-E โดดเด่นด้วยความละเอียดระดับ 4K สามารถหมุนส่าย-ก้มเงยได้อย่างรวดเร็ว และมีฟังก์ชั่นการซูมที่ทรงประสิทธิภาพ จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร หรือแม้แต่ในสถานที่ที่มีแสงน้อยและในสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากเงื่อนไขต่างๆ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้กล้องรุ่นนี้เหมาะกับการใช้งานในสถานที่หลากหลาย เช่น ในห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถที่เปิดกว้าง และสนามกีฬา รวมถึงการตรวจการณ์-เฝ้าระวังในเขตชุมชน และอาณาบริเวณโดยรอบสิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

กล้องโดม PTZ ของแอ็กซิสใช้เทคโนโลยี Sharpdome ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอ็กซิส เพื่อจับภาพในพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างได้อย่างครอบคลุม สามารถจับภาพวัตถุทั้งที่อยู่สูงกว่าและต่ำกว่าระดับมุมมองปกติของกล้องได้ และซูมรายละเอียดภาพได้อย่างชัดเจนคมชัด AXIS Q6128-E ยังรองรับการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการป้องกันภาพสั่นไหว (Electronic Image Stabilization) เช่นเดียวกับกล้องอื่นๆ ในตระกูล Q61 ของแอ็กซิส

นายธงชัย วัฒนโสภณวงศ์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน แอ็กซิส คอมมูนิเคชั่นส์ กล่าวว่า “กล้องโดม PTZ ตระกูล 61 ประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะเรามีนวัตกรรมการออกแบบและฟีเจอร์ทางเทคนิคระดับสูง และกล้องรุ่นล่าสุดของตระกูลนี้มีความละเอียดระดับ 4K” พร้อมกล่าวเสริมว่า “AXIS Q6128-E ตอบโจทย์ความต้องการกล้อง PTZ ที่มีความละเอียดสูงสุดได้อย่างตรงประเด็นที่สุด เพราะกล้องสามารถเก็บภาพรายละเอียดสำคัญๆ ของเหตุการณ์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้ในการจับภาพทั้งในสถานที่เกิดเหตุการณ์ รวมถึงพื้นที่เปิด ตามทางแยก และจัตุรัสต่างๆ”

AXIS Q6128-E มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ติดตั้งกล้องได้อย่างรวดเร็วและวางใจได้ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่อุณหภูมิตั้งแต่ -50°C จนถึง 50°C และติดตั้งฟีเจอร์ Speed Dry มากับตัวกล้องเพื่อขจัดหยดน้ำที่เกาะบนโดมแก้วได้อย่างรวดเร็วช่วยให้ได้ภาพที่ชัดเจนแม้ในขณะฝนตก ทั้งยังมีโหมดขจัดไอน้ำออกจากกระจกหรือเลนส์ได้อัตโนมัติ

กล้องรุ่นนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบวิเคราะห์วิดีโอมาเบ็ดเสร็จในตัว ประกอบด้วย การตรวจจับความเคลื่อนไหวและ Advanced Gatekeeper ซึ่งช่วยให้กล้องตรวจจับวัตถุในพื้นที่เฉพาะเจาะจงและซูมเข้าไปยังวัตถุนั้นๆ นอกจากนี้เนื่องจาก Application Programming Interface ของกล้องเป็นระบบเปิด กล้องจึงมีขีดความสามารถที่จะรองรับแอพพลิเคชั่นวิดีโออัจฉริยะต่างๆ ที่พัฒนาโดยบุคคลภายนอกได้อย่างเต็มที่

ข้อมูลทางเทคนิคของกล้อง AXIS Q6128-E
– ให้ภาพวิดีโอที่มีความละเอียดสูงระดับ 4K (8 MP) ที่เฟรมเรท 25/30 fps
– 12x ออปติคัลซูมและโฟกัสภาพอัตโนมัติ
– หมุนส่ายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากกว่า 700 องศาต่อวินาที จึงสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วได้
– ปราศจากการบิดเบือนหรือผิดสัดส่วน และมีฝาครอบโดมแบบโปร่งใส
– มีฟีเจอร์การป้องกันฝุ่น ป้องกันแรงน้ำที่มากระทบกล้องอย่างแรง ฝน หิมะ และแสงแดด ติดตั้งมาพร้อมในตัวกล้อง
– มีความทนทานต่อแรงกระแทก (ได้มาตรฐานระดับ IK08)
– มีฟีเจอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและทำการแจ้งเตือนอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำลายตัวกล้องหรือทำให้กล้องทำงานผิดเพี้ยนไปจากที่ตั้งค่าไว้
– มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิระดับที่หนาวจัด

กล้องโดม AXIS Q6128-E PTZ มีวางจำหน่ายแล้ว
ชมภาพผลิตภัณฑ์และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.axis.com/corporate/press/press_material.htm?key=axis_q61_series

โอบิ เวิลด์โฟน ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยสมาร์ทโฟน รุ่น SF1

 โอบิ เวิลด์โฟน ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยสมาร์ทโฟน รุ่น SF1

โอบิ เวิลด์โฟน บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพระดับสากล ประกาศการขยายตลาดสู่ประเทศไทย หลังจากสร้างชื่อเสียงมาแล้วทั่วโลก โดยวันนี้โอบิได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน โอบิ เวิลด์โฟน SF1 (Obi Worldphone SF1) พร้อมด้วยพันธมิตรทางการค้าสำคัญอย่าง ลาซาด้า

โอบิ เวิลด์โฟน ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของ จอห์น สกัลลี่ ผู้มีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยี และอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแอปเปิ้ล และเป็ปซี่-โคล่า โดยสมาร์ทโฟนโอบิ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความหรูหรา และเผยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้ใช้งาน และเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย โอบิจึงได้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพสูง โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นสำคัญ

สมาร์ทโฟนจากโอบิ รุ่นโอบิ เวิลด์โฟน SF1 มีความโดดเด่นที่ดีไซน์ของตัวเครื่อง โดยได้รับการออกแบบจากสตูดิโอที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะอย่าง Ammunition Group ซึ่งนอกจากตัวเครื่องแล้ว Ammunition ยังช่วยพัฒนา Lifespeed หรือ Custom UI สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานระหว่างซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ที่ลงตัวให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้สมาร์ทโฟนของโอบิ ยังได้รวบรวมเอาดีไซน์หรูหราเข้ากับหลากหลายเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ควอลคอมม์ (Qualcomm) ดอลบี้ (Dolby) โซนี่ (Sony) คอร์นนิ่ง อินคอร์ปอเรท (Corning Incorporated) กูเกิ้ล (Google) มีเดียเทค (MediaTek) เจแปน ดิสเพลย์ (Japan Display) และซัมซุง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนอันทรงประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ ซึ่งโอบิ ถือเป็นสมาร์ทโฟนเจ้าแรกที่ลดช่องว่างระหว่างสมาร์ทโฟนที่เน้นดีไซน์ในราคาสูง และสมาร์ทโฟนที่มีสเปกทั่วไปในราคาปกติเข้าด้วยกัน

คุณจอห์น สกัลลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “โอบิได้นำเอาสิ่งที่ดีที่สุดจากซิลิคอนวัลเล่ย์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มาใส่ไว้ในตัวสมาร์ทโฟน เพื่อมอบความสวยงาม ทรงพลัง ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง ด้วยโครงสร้างเรื่องต้นทุนและการกระจายสินค้าในวงกว้าง จะช่วยให้ผู้บริโภคของเราได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาไปพร้อมๆกัน”

คุณนีราจ โชฮาน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท โอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สำคัญสำหรับโอบิ โดยตลาดในไทยนั้น มีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 150% ในขณะที่สมาร์ทโฟนมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 49% นอกจากนี้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของโอบิ และด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย เราจึงมีความมั่นใจว่า เราจะสามารถสร้างตลาดที่มีเราเป็นผู้นำในเรื่องสมาร์ทโฟนได้อย่างแน่นอน”

คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับโอบิ เวิลด์โฟน ในการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลออนไลน์ เฟสติวัลของเราในปีนี้ ด้วยโอบิ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ในเรื่องดีไซน์ที่มีความล้ำสมัยบนราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเอาสินค้า และประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดส่งตรงถึงมือผู้บริโภคชาวไทย โดยครั้งนี้ ลาซาด้าได้นำเอาสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นอย่าง SF1 มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกสรรเป็นที่แรก ซึ่งเรามีความมั่นใจว่า ความเป็นผู้นำในตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศไทยเมื่อรวมเข้ากับสมาร์ทโฟนคุณภาพเยี่ยมจากโอบิ จะทำให้การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ได้ผลประโยชน์สูงสุด”

โอบิ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ซึ่งทาง เจนเนอราลีได้วางแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนใน 20 ตลาดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2560 โดยแอพพลิเคชั่นเจนเนอราลี่ จะมีอยู่ในสมาร์ทโฟนของ โอบิในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

คุณบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต และประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการพันธมิตรร่วมกับโอบิในครั้งนี้ว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกอย่างโอบิ ซึ่งโอกาสในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเจนเนอราลี่ ที่จะได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อมอบโซลูชันในการเข้าถึงสินค้าและบริการของเรา”

SF1 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีอันทรงพลัง

ชื่อของโอบิ SF1 ได้มาจากตัวย่อของ ซานฟรานซิสโก เมืองที่โอบิถือกำเนิดขึ้นมา โดยโอบิ เวิลด์โฟน SF1 ถือเป็นสมาร์ทโฟน 4G/LTE รุ่นแรก ที่มีความโดดเด่นในเรื่องศาสตร์แห่งการถ่ายภาพ และคุณภาพของเสียงอันทรงพลัง สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มีหน้าจอกว้าง 5 นิ้ว ที่มีความทนทานจาก Corning® Gorilla® Glass 4 ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ UI จากตัวเครื่อง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังเป็นไฟเบอร์กลาส ที่มาพร้อมกับส่วนของโลหะที่ส่วนบนและล่าง

รุ่น SF1 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ชาร์ตได้เร็วยิ่งขึ้น ง่ายต่อการใช้งาน และเป็นระบบสองซิม ที่สามารถใส่ไมโครเอสดีเพิ่มได้ สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 จะเปิดตัวที่ราคา 7,290 บาท โดยจะวางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนเว็บไซด์ลาซาด้าเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป

สมาร์ทโฟนของโอบิได้รับเอาหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 615 processor เพื่อดึงเอาความโดดเด่นของกล้องขนาด 13MP และเซ็นเซอร์ Sony IMX214 Exmor™ ในการจับภาพแห่งความประทับใจให้สวยงามที่สุดบน สมาร์ทโฟน ในส่วนของฟีเจอร์ออโต้โฟกัสแบบไฮบริด ยังช่วยให้การถ่ายรูปมีคุณภาพสูงแม้ในที่มืด หรือที่สว่างกลางแจ้ง ด้วยเทคโนโลยีตรวจจับสิ่งของ นอกจากนี้ฟีเจอร์ถ่ายภาพของ Qualcomm® ChromaFlash™ ยังช่วยในการจับภาพถ่ายสองครั้งในเวลาเดียวกัน โดยภาพแรกจะมาพร้อมแฟลช อีกภาพจะไม่มีแฟลช ซึ่งระบบจะนำเอาแสงจากภาพที่มีแฟลชมาผสมผสานกับสีภาพจริงจากภาพที่ไม่มีแฟลช เพื่อให้เกิดภาพถ่ายที่ให้ความสมจริงที่สุด ผู้ใช้สามารถปรับโฟกัสหลังจากถ่ายภาพได้ด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® UbiFocus™ และสามารถซูมภาพได้มากกว่ากล้องทั่วไปด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® OptiZoom™ โดยไม่ทำให้ภาพแตก สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มาพร้อมกับ RAM 2GB และ ROM 16 GB

สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มาพร้อมกับ Dolby Audio™ ที่มอบเสียงอันทรงพลังและคมชัดกังวาน ผ่านลำโพงและหูฟัง สำหรับความบันเทิงทุกรูปแบบ โดยระบบเสียง Dolby Audio™ จะจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง เพื่อมอบเสียงที่สมจริงจากต้นฉบับ เปิดประสบการณ์แห่งเสียงคุณภาพสูง

สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ยังมีฟีเจอร์ Qualcomm® Quick Charge 1.0™ ที่มีเทคโนโลยีชาร์ตเร็ว โดยสามารถชาร์ตแบตเตอรี่ได้เต็มในเวลาเพียงสามชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 40% โดยสมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Lollipop

โอบิ มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย AVG AntiVirus PRO สำหรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องจากมัลแวร์ ไวรัส และการโจรกรรมข้อมูล นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากกูเกิ้ลที่จะช่วยป้องกันการบุกรุกข้อมูลอีกด้วย

สมาร์ทโฟนโอบิรุ่น SF1 รองรับการใช้งาน Google Play และแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบแอนดรอยด์ นอกจากแอพพลิเคชั่น AVG Anti-Virus แล้ว SF1 ยังมาพร้อมแอพพลิเคชั่นอย่าง Swiftkey™, AccuWeather™, Clean Master® และ ColorNote®

ช่องทางการจัดจำหน่าย

ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์จาก โอบิ เวิลด์โฟน จะจัดจำหน่ายผ่าน ลาซาด้า ผู้นำทางด้านตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งลาซาด้า มีประสบการณ์การจัดจำหน่ายสินค้าทางด้านเทคโนโลยี และเป็นสื่อกลางระหว่างแบรนด์ชื่อดังและผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี โดยสมาร์ทโฟน Obi Worldphone SF1 จะวางขายบนเว็บไซด์ลาซาด้า ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป

เกี่ยวกับ โอบิ เวิลด์โฟน
โอบิ เวิลด์โฟน เป็นสมาร์ทโฟนที่ผสมผสานการออกแบบอย่างหรูหรา เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีความเจริญเติบโตสูงทั่วโลก ร่วมก่อตั้งโดย จอห์น สกัลลี่ ไลน์ผลิตภัณฑ์ของ โอบิ เวิลด์โฟน ถูกออกแบบด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง Ammunition ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบในซาน ฟรานซิสโก บริษัทโอบิ เวิลด์โฟนมีสำนักงานตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ เสิ่นเจิ้น นิวเดลี ดูไบ ลอนดอน ไมอามี่ และซานฟรานซิสโก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอบิ เวิลด์โฟน รับชมได้ที่ http://www.obiworldphone.com/th หรือ @obiworldphone บนทวิตเตอร์ หรือ ค้นหา obiworldphone (TH) บนเฟซบุ๊ก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ย้ำปณิธานบทใหม่ ในการสร้างความยั่งยืน


ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ย้ำปณิธานบทใหม่ ในการสร้างความยั่งยืน ก่อนการประชุม COP21 ณ กรุงปารีส

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ย้ำปณิธานบทใหม่ ในการสร้างความยั่งยืน
ก่อนการประชุม COP21 ณ กรุงปารีส

ย้ำต่อยอดวัตถุประสงค์ในการสร้างความยั่งยืน สานต่อการเดินทางสู่การเป็นบริษัทที่มีความเป็นกลางด้านคาร์บอนในทุกไซท์งานให้ได้ภายใน 15 ปีข้างหน้า

ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP21 จะเริ่ม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและออโตเมชั่น ประกาศย้ำความสามารถในการสร้างความยั่งยืน 10 ประการ ที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกับ Planet & Society barometer ซึ่งเป็นโปรแกรมวัดประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี 2548 โดยปณิธานเรื่องดังกล่าวนั้นสอดคล้อง มีส่วนร่วมและไปในแนวทางเดียวกับเป้าหมายในการพัฒนาความยั่งยืนของสหประชาชาติ

สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค ปณิธานทั้ง 10 ประการนี้ ยังเป็นการสนับสนุนวัตถุประสงค์ในการทำให้ไซต์งานและโรงงานของชไนเดอร์ อิเล็คทริคมีความเป็นกลางด้านคาร์บอนภายใน 15 ปีข้างหน้า และยังสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่สอดประสานกันระหว่างซัพพลายเออร์และลูกค้าในการมีส่วนร่วมใน 2 ประเด็นใหญ่ต่อไปนี้

• สนับสนุนและส่งเสริมพันธมิตรให้ลดการใช้พลังงานลง 30 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการนำโซลูชันที่ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานมาใช้อย่างจริงจัง
• ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ โดยช่วยให้ผู้คนเหล่านี้เข้าถึงพลังงานสะอาดหรือช่วยให้หลุดพ้นจากสภาวะที่ไม่มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ

ฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานและซีอีโอ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า “บทบาทของเราคือการทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่า ทุกกิจกรรมชีวิตสามารถดำเนินไปได้อย่างปกติ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนไหน หรือในช่วงเวลาใดก็ตาม นั่นคือ Life Is On (for everyone, everywhere, at every moment) ความสามารถด้านการสร้างความยั่งยืนนับเป็นหัวใจสำคัญของทุกกลยุทธ์องค์กร ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราตระหนักและเชื่อว่าสภาพภูมิอากาศที่ดีขึ้นนำไปสู่เศรษฐกิจที่ดีขึ้น เราเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยให้เราคิดวิธีการรับมือกับเรื่องของพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิมมาก เราเชื่อว่าการต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่สามารถแยกขาดจากประเด็นเรื่องการพัฒนา เราคิดว่าเราจำต้องมีระบบที่แข็งแกร่งในการตีค่าคาร์บอนเพื่อที่ทุกคนจะได้ร่วมแรงร่วมใจพร้อมดำเนินการควบคู่กันไปในการดูแลสภาพภูมิอากาศ”

ในการสร้างประสบการณ์อันยาวนานตามเป้าหมายของการสร้างความยั่งยืน ต้องยกเครดิตให้กับโปรแกรม Planet & Society Barometer ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำปณิธาน 10 ประการ เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส ซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์และโซลูชันแล้วยังเป็นเรื่องของซัพพลายเชน และการพัฒนาความสามารถในการสร้างความยั่งยืนในประเด็นต่อไปนี้ ได้แก่

1. ต้องให้มั่นใจว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของโครงการลูกค้าในทุกโครงการ ที่เป็นโครงการใหม่และมีขนาดใหญ่ จะต้องมีการบอกจำนวนคาร์บอนที่เป็นผลกระทบจากการดำเนินโครงการนั้นๆ

2. ออกแบบการนำเสนอใหม่ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ Schneider Electric eCoDesign WayTM และนั่นทำให้ 75 เปอร์เซ็นต์ของรายได้มาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก Green PremiumTM

3. หลีกเลี่ยงการสร้างก๊าซเรือนกระจกในปริมาณ 120,000 ตันจากการให้บริการ “end-of-life” ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

4. อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแสงสว่างและการสื่อสารด้วยโซลูชันที่ผลิตคาร์บอนต่ำ ให้แก่ผู้อยู่อาศัยจำนวน 50 ล้านคนซึ่งเป็นฐานของปิรามิด ภายในเวลา 10 ปี

5. นำความริเริ่มด้านสตอเรจมาใช้ เพื่อพัฒนาพลังงานทดแทนและมินิกริด

6. แก้ปัญหา SF6 (ซัลเฟอร์เฮกซาฟลูโอไรด์ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก) ด้วยทางเลือกใหม่ภายใน 5 ปี และกำจัด SF6 จากผลิตภัณฑ์ชไนเดอร์ อิเล็คทริคภายใน 10 ปี

7. ลดการใช้พลังงานของชไนเดอร์ อิเล็คทริคลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

8. ลดการนำพาก๊าซเรือนกระจกจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค 3.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

9. ลงทุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างความสามารถด้านความยั่งยืนเป็นมูลค่า 10,000 ล้านยูโร ภายใน 10 ปีข้างหน้า

10. ออกโปรแกรม Climate Bond to Finance Low CO2 R&D เพื่อดึงเงินลงทุนมาใช้ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ในตัวธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั้งหมด

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานตามปณิธานดังกล่าว จะมีการตีพิมพ์อยู่ใน Schneider Electric Planet & Society Barometer หรือในการสื่อสารเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนี้

เอซุสฉลองยอดผู้ใช้งาน Zenfone ทะลุ 2,000,000 คน!

เอซุสฉลองยอดผู้ใช้งาน Zenfone ทะลุ 2,000,000 คน!
พบโปรโมชั่นและกิจกรรมดีๆ ในแคมเปญ Zenlebration ตลอดเดือนธันวาคมนี้

 

เนื่องในโอกาสที่มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนเซนโฟนในประเทศไทยทะลุ 2 ล้านคน เอซุสขอมอบของขวัญเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ และขอร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีตลอดเดือนนี้ ด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ รวมถึงการปรับลดราคา Zenfone 2 Laser รุ่น ZE550KL กับรุ่น ZE500KL และ Zenfone Go รุ่น ZC500TG เพื่อฉลองไปกับทุกท่านในช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นนี้
มร. เจฟฟ์ โล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอซุสมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรามีสมาชิกครอบครัว Zenfone ครบ 2,000,000 คนแล้ว ดังนั้นเอซุสจึงอยากขอบคุณและร่วมฉลองไปพร้อมๆ กัน ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับสมาร์ทโฟน Zenfone 2 Laser และ Zenfone Go ซึ่งสามารถสอบถามได้จากตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามโปรโมชั่นและกิจกรรมอื่นๆ ได้ทางเฟสบุ๊ค ASUS THAILAND ภายใต้แคมเปญ Zenlebration ของเรา”
โดยสมาร์ทโฟน Zenfone 2 Laser รุ่น ZE550KL ปรับลดราคาจาก 6,990 บาท เหลือ 5,990 บาท และรุ่น ZE500KL ปรับลดราคาจาก 5,490 บาท เหลือ 5,090 บาท ส่วน Zenfone Go จากราคา 4,790 บาท เหลือ 4,290 บาท แม้ราคาจะมีการปรับลดลง แต่ Zenfone 2 Laser ก็ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ด้วยการจับภาพของเลเซอร์โฟกัสที่กล้องหลังอย่างรวดเร็วและคมชัด โดดเด่นกว่ากล้องมือถือใดๆ สำหรับ Zenfone Go ก็คุ้มค่าในการใช้งาน รวมถึงดีไซน์ที่มีความบางเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนขนาด 5 นิ้วรุ่นอื่นๆ
หากใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเพื่อเป็นของขวัญ เป็นรางวัลสำหรับตนเอง หรือมอบให้คุณพ่อเนื่องในวันพ่อที่จะถึงนี้ เอซุสขอแนะนำ Zenfone 2 Laser และ Zenfone Go เป็นของขวัญชิ้นสำคัญของคุณและคนที่คุณรัก

เกี่ยวกับเอซุส
เอซุส ผู้จำหน่ายโน้ตบุ๊ครายใหญ่หนึ่งในสามอันดับที่มีผู้ใช้ทั่วโลกสูงสุด เราเป็นผู้นำในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางด้านดิจิตอลทั้งที่บ้านและที่ทำงาน อาทิ โน้ตบุ๊ค เดสก์ท็อปพีซี ออลอินวันพีซี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน หลักในการออกแบบคือเรายึดถือความต้องการของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราเป็นผู้ปฎิวัติวงการคอมพิวเตอร์ด้วย Eee PC ที่ได้รับรางวัลต่างๆ ถึง 4,256 รางวัล ในปี 2013 ปัจจุบันเอซุส มีพนักงานกว่า 13,600 คนทั่วโลก มีทีมวิจัยและพัฒนากว่า 4,500 คน รายได้เมื่อปี 2013 ประมาณ 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: www.facebook.com/ASUSTHAILAND
เว็บไซต์: www.asus.com/th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail : [email protected] หรือโทร 02-677-4422-9

เอ็นฟอร์ซ เข้าร่วมงาน “Smart Network 2015”

เอ็นฟอร์ซ เข้าร่วมงาน “Smart Network 2015”

นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (ขวา) รับมอบของที่ระลึกจากนายอดิศักดิ์ ตันตาปกุล บรรณาธิการบริหารนิตยสาร ไมโครคอมพิวเตอร์ (ซ้าย) ที่ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง “ความปลอดภัยต้องเร็วรุ่งพุ่งแรงแข่งกับยุคโมบายล์ให้เท่าทัน” (Fast Forward Mobile Era) ภายในงาน เทคโนโลยีอุบัติใหม่ความท้าทายเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “Smart Network 2015”

เดลล์ ฉลอง 20 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน The 20 years of our pride & partnership

เดลล์ ฉลอง 20 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน The 20 years of our pride & partnership
งานเลี้ยงแทนคำขอบคุณพันธมิตร กว่า 600 คนของเดลล์

นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการทั่วไป ภาคพื้นอินโดจีน และนายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรธุรกิจที่ให้การสนับสนุนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจในงาน The 20 years of our pride & partnership เพื่อแทนคำขอบคุณจากเดลล์ให้กับพันธมิตร คู่ค้า ลูกค้า และทีมงานเดลล์ที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมา โดยเดลล์ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสังคมให้เติบโตและก้าวสู่ความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้