พฤศจิกายน 24, 2020

5 เคล็ดลับเมื่อซื้อแบตเตอรี่แบบพกพาสำหรับโทรศัพท์มือถือ

5 เคล็ดลับเมื่อซื้อแบตเตอรี่แบบพกพาสำหรับโทรศัพท์มือถือ

ความจุของแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นทุกอย่างเมื่อแบทเตอรี่แบบพกพามาถึง

สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ททุกวันนี้มีประสิทธิภาพพอๆกับคอมพิวเตอร์พกพา   แต่หลายๆคุณสมบัติอาศัยพลัง

จำนวนมากของแบตเตอรี่ จนกระทั่งต่อมามีการพัฒนาแบทเตอรี่แบบพกพาหรือที่เรียกกันว่าPower Bank

ในปัจจุบันคนส่วนมากเลือกใช้ Power Bank กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ท   และนี่คือเคล็บลับในการจะไป

เลือกซื้อชุด Power Bank ที่ดี หรืออีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไม Power Bank บางตัวมีราคาเเพงกว่าตัวอื่น

1. ความจุของกำลังไฟเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่สามารถถือได้

สเป็คหลักที่มองใน Power Bank ที่มีความจุซึ่งเป็นวัดในมิลลิแอมป์/ชั่วโมง (mAh) ความจุของแบตเตอรี่

ของอุปกรณ์ของคุณนอกจากนี้ยังมีหน่วยวัดเป็นมิลลิแอมป์   ดังนั้นพูดง่ายๆถ้าโทรศัพท์ของคุณมีแบตเตอรี่

2,000 mAh . Power Bank  ที่มีความจุ 2,000 mAh ก็สามารถชาร์จแบทให้เต็มได้อีกหนึ่งครั้ง อย่างไรก็

ตามพลังงานอาจสูญเสียไปจากการแปลงแรงดันไฟฟ้าและความต้านต่อวงจรไฟฟ้าและบางครั้งการจะชาร์จ

ได้เร็วหรือไม่  ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสายชาร์จด้วย ในขณะที่คุณอาจจะมี Power Bank ที่มีความจุสูงกว่า

(สูงสุดถึง 20,000 mAh) เพื่อที่จะสามารถที่จะชาร์จได้หลายครั้ง   และนี่คือเหตุผลที่ว่ามันทำไมมันมีขนาด

ใหญ่และหนัก

2. การชาร์จไฟเข้าโทรศัพท์มือถือ

แบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนส่วนมากมุ่งที่จะทำแบบ 1A  มากที่สุด (ที่ 5V) ผ่านพอร์ต USB ขณะนี้ทำงานได้ดี

และสำหรับคนส่วนใหญ่ที่บางคนอาจสังเกตเห็นว่าสมาร์ทโฟนต้องใช้เวลานานในการชาร์จ  เมื่อเทียบการ

ใช้วอลล์ชาร์จ นี้จะเป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าโทรศัพท์สามารถจะยอมรับกระแสไฟที่สูงขึ้น สมาร์ท

โฟนหลายค่ายที่ผ่านมาสามารถชาร์ต 1.5A   อินเตอร์เฟซและผู้สนับสนุนอย่าง Qualcomm ที่ชาร์จได้เร็ว

ถึง 2.0 เป็นมารตฐาน (เช่น LG G2) มีกำลังมากที่สุดถึง 2A ตามความต้องการใช้ของผู้ใช้

แท็บเล็ทส่วนใหญ่ต้องการอย่างน้อย 1A บางตัวชาร์จได้ถึง 2.5A  เช่น iPad airที่มาพร้อมกับอะแดปเตอร์

12W USB วอลล์ชาร์จ 2.4A  ถ้าคุณเสียบ iPad air ไปที่ Power Bank 1A USB พอร์ท มันจะไม่ชาร์จให้

หรือไม่ก็จะช้ามากๆ ดังนั้น   ถ้าคุณกำลังมองหาที่ชาร์จแท็บเล็ท  คำแนะนำคือให้คุณซื้อพาวเวอร์แบ็งค์ที่มี

พอร์ทกำลังไฟสูงกว่า 1A (1.5A เป็นอย่างน้อย ถ้าคุณใช้แท็บเล็ทและ iPad ให้ใช้แบบ 2.1 A )ทั้งนี้อาจ

เกิดอันตรายได้หากใช้กำลังไฟที่สูงกว่าพอร์ทจะรับได้ ซึ่งการชาร์ตแบบไว จะเป็นอันตรายมากขึ้น

3. การเติมพลังให้กับPower Bank

มันไม่ยากเลยที่จะเลือกซื้อ  Power Bank  ที่มีความจุสูง  แต่เรามักลืมไปว่ายิ่งความจุสูงก็จะยิ่งใช้เวลาใน

การชาร์จมากขึ้น คนส่วนมากนิยมใช้ขนาด15,000 mAh  จะใช้เวลาชาร์จเพียง12 ชม ปัจจัยที่มีผลต่อระยะ

เวลาที่ใช้ในการชาร์จก็ขึ้นอยู่กับแรงดันไฟเข้า(Amp).  และ  Power Bank  ส่วนใหญ่จะใช้แรงดันไฟในการ

ชาร์ตอยู่ที่ 0.8A -1.5A ถ้ากระแสไฟสูง(V)และแรงดันไฟสูง(A)อาจทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง

-เราต้องการพอร์ทที่ใช้micro-USBเพราะมันจะสะดวกเมื่อใช้วอลล์ชาร์จ

4. จำนวนพอร์ต

Power Bank  บางตัวมาพร้อมกับสายชาร์ท USB ในตัว(built-in) ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่อง

ลืมสายอีกต่อไปเพื่อตอบสนองผู้ใช้  iOS  แต่ผู้ใช้งานบางคนสะดวกจะใช้สายชาร์จใหม่หรือที่เรียกว่า

Lightnig   แทนการจะใช้สายชาร์ทในตัว( built-in) Power Bank  ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสียเงินเยอะกว่าสาย

ชาร์ท USB ที่มาพร้อมกับ Power Bank เพราะ MFI 1(Made for iPhone/ iPod / iPad) ได้จดลิขสิทธิ์ใน

การผลิตอุปกรณ์เชื่อมต่อไว้แล้ว

Power Bank ที่มีความจุสูงๆมักมีพอร์ทชาร์จมากกว่า1พอร์ท    และที่ดีกว่านั้นคุณสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้

มากกว่า1อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน  ยิ่งจำนวนพอร์ทมากขึ้นราคาก็สูงขึ้น ประโยชน์ที่ดีของจำนวนพอร์ตที่เพิ่ม

ขึ้นคือ คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์หลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน  เคล็ดลับของของการจ่ายไฟ   เมื่อใช้พอร์ทมาก

กว่าหนึ่งพอร์ท ตัวอย่างเช่น Power Bank ที่มี  2 พอร์ท 2 A  เมื่อต่อ เพียงพอร์ทเดียว แรงดันไฟจะออก 2 A

แต่ถ้าต่อ 2 พอร์ท แรงดันไฟจะถูกจำกัดที่ 3 A โดยแต่ละพอร์ทจะออกแค่ 1.5 A  ตามปกติแรงดันไฟควรจะออก

ที่ 4A  ซึ่งควรจะชาร์ตได้เร็วขึ้น ตามที่คาดหวังไว้ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น

5.คุณภาพและราคา

ตัว Power Bank สามารถระเบิดได้ อย่างหนึ่งที่แนะนำได้คือซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เพื่อจะได้มั่นใจใน

คุณภาพ  ในตลาดผู้ผลิตPower Bankส่วนใหญ่จะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับตัวเครื่องให้คุณได้ทราบ บอกที่มา

ของแบตเตอรี่ (โดยปกติจะอยู่บนบรรจุภัณฑ์) ดังนั้นในขณะที่ Power Bank จากแบรนด์ที่ไม่เป็นที่รู้จักมัก

มีการกล่าวอ้างว่ามีคุณภาพที่ดีเมื่อเทียบกับผู้ผลิตสินค้าที่มีมารตฐานเเต่ราคาสูงกว่าถึงสามเท่าทำให้ผู้ใช้

หรือผู้ซื้อมักเปรียบเทียบซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่คุณภาพจะเหมือนกัน   เท่าที่ทราบแบรนด์ที่มีราคาต่ำกว่าจะตัด

ส่วนใดๆที่เกี่ยวกับไฟฟ้าลัดวงจร  การชาร์จและกลไกการป้องกันอุณหภูมิออกไป   เพื่อให้มีต้นทุนและราคา

ที่ต่ำลง

ใส่ความเห็น