ที่สุดของการพิมพ์ 3 มิติกับ Stratasys (สตรัสเทซี)

ที่สุดของการพิมพ์ 3 มิติกับ Stratasys (สตรัสเทซี)
เทคโนโลยีการพิมพ์ครบวงจร

ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อการเติบโตของธุรกิจ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของการทำงาน

มร. อิโด เอลอน ผู้จัดการทั่วไปบริษัท Stratasys Asia Pacific Ltd. (สตรัสเทซี เอเชีย แปซิฟิค) แห่งภูมิภาคแปซิฟิคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถลงข่าวแนะนำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ล่าสุดสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และความสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานพิมพ์ 3 มิติ แบบครบวงจร ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของงานพิมพ์ทั้งใน อุตสาหกรรมยานยนต์, การแพทย์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม

บริษัท Stratasys Asia Pacific (สตรัสเทซี เอเชีย แปซิฟิค) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท NASDAQ: SSYS (สตรัสเทซี) ผู้นำด้านการพิมพ์ 3 มิติ ที่มีสำนักงานใหญ่ที่รัฐมินนิโซต้า สหรัฐอเมริกา และ เมืองเรโฮวอท ประเทศอิสราเอล จัดงานเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับสื่อมวลชนไทย สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดกับการพิมพ์ 3 มิติ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (Intercontinental Hotel Bangkok) ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัยไปอีกขั้นแห่งการผลิตและสร้างสรรค์ผลงานจนออกมาเป็นการพิมพ์ 3 มิติ สู่ตลาดธุรกิจในประเทศไทย นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว Stratasys ยังมุ่งเน้นไปถึงการแก้ปัญหาให้ตรงจุดเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่แตกต่างออกไป เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิต แบบครบวงจร ซึ่งใช้อยู่อย่างกว้างขวางในขณะนี้ ทั้งใน อุตสาหกรรมยานยนต์, การแพทย์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้ออกมาเปี่ยมคุณภาพ อีกทั้งยังประหยัดเวลาอีกด้วย

 

มร. อิโด เอลอน ผู้จัดการทั่วไปบริษัท Stratasys Asia Pacific Ltd. แห่งภูมิภาคแปซิฟิคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวว่า “เป็นเวลากว่า 25 ปี ที่ Stratasys เป็นผู้นำแถวหน้าของนวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาและความตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด เพื่อให้กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีจุดสะดุด นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าท่ามกลางการแข่งขันจากทั่วโลก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างเร็วรวดและแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสู่ความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการต่างๆในประเทศ”

นี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่จากทาง Stratasys มาโชว์ในรูปแบบผลงานเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบมืออาชีพ รวมทั้ง FDM-powered Fortus 250mc and the PolyJet-based Objet30 Pro ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของ Stratasys เพื่อเพิ่มช่องทางโอกาสทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ Stratasysจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท มารูเบนิ (ประเทศไทย) จำกัด

พานาโซนิคลุยตลาดโปรเจคเตอร์และจอภาพเต็มสูบ

พานาโซนิคลุยตลาดโปรเจคเตอร์และจอภาพเต็มสูบ
เพิ่มไลน์อัพผลิตภัณฑ์แชร์ส่วนแบ่งการตลาดในทุกเซ็กเม้นท์

คณะผู้บริหารในไทยและเอเชียแปซิฟิคถ่ายภาพร่วมกัน
(จากซ้าย) นางสาวอนุรัตน์ จี้เพ็ชร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์ดิสเพลย์ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด,
นายทาเคชิ อิเคดะ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์ซิสเต็มส์ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด,
นายฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด,
นายเทตสึยะ อิเอกิ ผู้จัดการฝ่าย ผลิตภัณฑ์ดิสเพลย์ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิสเต็มส์ โซลูชั่น เอเชีย แปซิฟิค ประเทศสิงคโปร์,
นางสาวเคจิฮาร่า โทโมโกะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด ส่วนงานวิชัวร์ ซิสเต็มส์ บิสิเนส บริษัท พานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

โปรเจคเตอร์ระดับไฮเอ็นด์ รุ่น DZ21K2 series มีความคมชัดและความสว่างสูงถึง 20,000 ลูเมนซ์

รวมไลน์อัพใหม่ของผลิตภัณฑ์พานาโซนิคโปรเจ็คเตอร์ที่รองรับความต้องการใช้งานครบทุกเซ็กเม้นท์

พานาโซนิคลุยตลาดโปรเจคเตอร์และจอภาพซิสเต็มส์เต็มสูบ ขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์แชร์ส่วนแบ่งการตลาดครบทุกเซ็กเม้นท์ หลังขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งด้านโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่มาตลอด เพื่อตอบสนองทุกความต้องการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ระดับทั่วไปถึงระดับไฮเอ็นด์ ล่าสุดได้จัดงาน “พานาโซนิค : อินสไปร์ด ยัวร์ วิชั่น เอนฮานซ์ ยัวร์ บิสิเนส (Panasonic : Inspired your Vision Enhance your Business) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มโปรเจคเตอร์สำหรับการใช้งานระดับไฮเอ็นด์ และแบบพกพารวม 12 รุ่น พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์จอภาพ ซิสเต็มส์ใหม่ล่าสุดจำนวน 3 รุ่น ซึ่งพานาโซนิคได้พัฒนาเพื่อสอดรับความต้องการของตลาดในทุกระดับ ได้รับเกียรติจาก มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายเทตสึยะ อิเอกิ ผู้จัดการฝ่าย ผลิตภัณฑ์ดิสเพลย์ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิสเต็มส์ โซลูชั่น เอเชีย แปซิฟิค ประเทศสิงคโปร์ และคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 7 โรงแรมแลนด์มาร์ก กรุงเทพฯ

โดยผลิตภัณฑ์เด่นที่ถูกเปิดตัวในงานนี้ ได้แก่ โปรเจคเตอร์แบบพกพา รุ่น “LB412 Series” สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ถึง 10,000 ชั่วโมง มีน้ำหนักเบา คล่องตัวต่อการใช้งาน มีความสว่างถึง 4,100 ลูเมนซ์ สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบไวร์เลส โปรเจ็คเตอร์รุ่น RQ13 series โปรเจคเตอร์ 4K รุ่นแรกในตลาดที่มีขนาดคอมแพค (Compact Size) ที่ให้คุณภาพการฉายที่คมชัดในระดับ 4K+ เหนือกว่าระดับ 4K ทั่วไป ให้ความสว่างสูงถึง 10,000 ลูเมนซ์ มีอายุการใช้งานกว่า 20,000 ชั่วโมง และโปรเจคเตอร์ระดับไฮเอ็นด์ รุ่น DZ21K2 series มีความคมชัดและความสว่างสูงถึง 20,000 ลูเมนซ์ น้ำหนักตัวเบา สามารถเชื่อมต่อด้วยฟังก์ชั่นดิจิทัล ลิงค์ (Digital Link) ช่วยให้ส่งสัญญาณดิจิทัลได้ไกลถึง 150 เมตร ทั้งยังมีพอร์ทเชื่อมต่อได้หลายรูปแบบ ทำให้ประหยัดอุปกรณ์การใช้งาน

ส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่มจอภาพซิสเต็มส์ (Flat Panel) นั้น มีไฮไลท์เป็น รุ่น 55LFV60 ที่ให้การนำเสนอภาพเคลื่อนไหวคมชัดสมจริงทุกมุมมอง ให้ความสว่างสูงด้วยเทคโนโลยีจอแบบ IPS เปิดใช้งานได้ติดต่อกัน 24 ชั่วโมง และขนาดจอ (ขอบชนขอบ) ที่บางเพียง 3.5 มิลลิเมตร ทำให้เชื่อมต่อเป็นจอภาพขนาดใหญ่ หรือทำเป็น VDO Wall ได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

ผู้สนใจสามารถร่วมทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์และจอภาพซิสเต็มส์ของพานาโซนิค ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายพานาโซนิค หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์พานาโซนิค 02-729-9000 หรือ http://panasonic.com/th 

เซนไฮเซอร์สานต่อตำนานความเป็นหูฟังที่ดีที่สุดในโลก

เซนไฮเซอร์สานต่อตำนานความเป็นหูฟังที่ดีที่สุดในโลก
ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่น เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060

เซนไฮเซอร์เปิดตัวหูฟังระดับไฮ-เอ็นด์ ที่พร้อมนำประสบการณ์ด้านการฟังแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยทั้งรุ่นเอชอี 1060 และเอชอีวี 1060 ต่างเป็นสุดยอดยอดหูฟังที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งเป็นภาคต่อของรุ่นออร์เฟียส (Orpheus) หูฟังที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลก ประกอบไปด้วยหูฟังระบบอิเล็คโทรสเตติค (Electrostatic) ที่ผสมผสานเทคโนโลยีแห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด เข้ากันกับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน วัสดุคุณภาพชั้นสูง รวมถึงการผลิตด้วยฝีมือช่างคุณภาพระดับไฮ-เอ็นด์ หูฟังชิ้นมาสเตอร์พีซนี้ สนนราคาอยู่ราวประมาณ 5 หมื่นเหรียญยูโร หรือเกือบ 2 ล้านบาท และจะวางจำหน่ายที่ประเทศเยอรมันในปี 2558 เป็นต้นไป

การรังสรรค์หูฟังระดับไฮ-เอ็นด์ ที่ให้เสียงเยี่ยมยอดและมอบความรู้สึกให้ผู้ใช้งาน เสมือนอยู่ในฮอลคอนเสิร์ตการสร้างโลกของการฟังที่ล้ำเลิศ ทั้งยังสร้างความรู้สึกในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนนี้ เป็นวิสัยทัศน์ที่เซนไฮเซอร์มีมาโดยเสมอ และพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนจากความสำเร็จในปี 2533/2534 ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเสียงได้ทำให้เซนไฮเซอร์ได้รับความนิยมได้เป็นอย่างมาก ด้วยการออกแบบและพัฒนาด้านวิศวกรรมซึ่งปรับปรุงความสามารถให้ดีกว่ารุ่นเดิมในเรื่องข้อจำกัดทั้งหมด เกี่ยวกับการทำงานของหูฟัง หูฟังของเซนไฮเซอร์ได้กลายเป็นไอคอนของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเสียง และได้รับการยอมรับว่าเป็นหูฟังที่ดีที่สุดในโลก มาจนบัดนี้ เกือบ 25 ปีถัดมา เซนไฮเซอร์ได้เปิดประวัติศาตร์บทใหม่ของหูฟังระดับตำนาน “ด้วยรุ่นเอชอี 1060 /เอชอีวี 1060 ทำให้เราได้ทำลายข้อจำกัดของการให้เสียงแบบออดิโออีกครั้ง และแสดงให้เห็นว่าเราสามารถกำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านความเป็นเลิศและกำหนดอนาคตของโลกออดิโอได้หลายต่อหลายครั้ง” มร.แดเนียล เซนไฮเซอร์ ประธานกรรมการบริหาร เซนไฮเซอร์ กล่าว

ประสบการณ์ด้านเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากเทคนิคอันเยี่ยมยอด
หูฟังรุ่นใหม่ อย่าง เอชอี 1060/ เอชอีวี 1060 นี้มอบประสบการณ์การฟังที่ก้าวล้ำกว่าระบบของหูฟังอื่นๆ ด้วยการให้เสียงที่ชัดเจน ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งความละเอียดของเสียงที่กว้างกว่าระดับความสามารถการได้ยินที่เป็นมาตรฐานของมนุษย์ “จุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือการสร้างความรู้สึกที่แตกต่างของการฟังในแต่ละครั้งให้ต่างไปจากเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเข้าถึงเสียงเพลงนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่” มร. แดเนียล เซนไฮเซอร์ กล่าวเพิ่มเติม แม้เพียงความแตกต่างเพียงน้อยนิดของเพลงนั้นก็พอที่จะทำให้ได้ยิน นอกจากโปรดิวเซอร์เพลงอย่าง สตีฟ ลาวีน (Steve Levine) แล้ว เกรกอรี พอร์เตอร์ (Gregory Porter) เจ้าของรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ยังเป็นหนึ่งในผู้มีเกียรติคนแรกๆ ที่ได้รับเชิญให้ทดลองใช้งาน “ตอนที่ผมทำการบันทึกเพลงของตัวเอง ผมมักพยายามที่จะถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ผมไม่ทราบวิธีที่ที่่จะทำมันได้ดี แต่หูฟังชุดนี้ช่วยให้ผมสามารถถ่ายทอดและส่งผ่านอารมณ์เหล่านั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เกรกอรี พอร์เตอร์ นักดนตรีแจ๊ส เล่าถึงประสบการณ์การฟังจากหูฟังรุ่น เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060

การทำให้ เอชอีวี 1060 เกิดขึ้นได้นั้น ทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของเซนไฮเซอร์ใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี พวกเขาต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ นานาของความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิค และสร้างหูฟังที่ดีที่สุดในโลกในเกิดขึ้นอีกครั้ง หูฟังรุ่น เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 ใช้แนวคิดนวัตกรรมแบบ แอมพลิไฟเออร์ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของข้อดีของแอมป์หลอด (Tube amplifier) และวงจรขยายทรานซิสเตอร์ (Transistor amplifier) “ผมภูมิใจในผลิตภัณที่ยอดเยี่ยมชิ้นนี้เป็นอย่างมาก” มร. อันเดรอัส เซนไฮเซอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซนไฮเซอร์ กล่าว “เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 ถือเป็นพลังทางด้านนวัตกรรมของบริษัทเราและความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความสมบูรณ์แบบแห่งเสียงของเรา”

ประติมากรรมแห่งเสียง
แม้ประสบการณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนใครของหูฟังรุ่น เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 จะเริ่มขึ้นก่อนที่การเริ่มฟังเพลงก็ตาม ส่วนประกอบต่างๆ จะถูกพับเก็บอยู่ภายใน ทำให้เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 ดูงดงามราวกับงานประติมากรรม และเมื่อเพียงแค่สัมผัสนิ้วลงไปเบาๆ ที่ปุ่มเปิด/ปิดเสียง ประติมากรรมแห่งเสียงนั้นก็พร้อมจะมีชีวิตขึ้นมา โดยที่ส่วนประกอบต่างๆ ของแผงควบคุมที่ทำมาจากทองเหลืองชุบด้วยโครเมี่ยมด้วยความปราณีตนั้น จะยื่นออกมาจากตัวเครื่องขยายเสียงที่ทำมาจากหินอ่อนอย่างช้าๆ ก่อนที่หลอดสูญญากาศที่บรรจุอยู่ในกระจกควอตซ์ก็จะยื่นออกมาจากตัวเครื่อง และจะเรืองแสงออกมาเช่นกัน ส่วนสุดท้าย คือกล่องหูฟัง ที่อยู่ด้านบนตัวเครื่องที่เป็นฝากระจกจะถูกเปิดออก ทำให้เห็นหูฟังพร้อมส่วนครอบหูที่ทำจากหนังแท้

การเลือกสรรวัสดุที่ใช้ประดิษฐ์หูฟังนำมาซึ่งการเพิ่มคุณภาพของเสียงด้วย ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการผลิตภัณฑ์หูฟัง มีส่วนประกอบมากกว่า 6,000 ชิ้นในหูฟังนี้ และแต่ละชิ้นได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ผู้เชี่ยวชาญด้านออดิโอเลือกใช้ชิ้นส่วนประกอบมาเป็นพิเศษ อย่างขั้วไฟฟ้าเซรามิกเคลือบทองและไดอะแฟรมที่เคลือบด้วยทองคำขาว เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพเสียงอันโดดเด่น ส่วนตัวเครื่องขยายเสียงนั้น เซนไฮเซอร์เลือกหินอ่อนที่มาจากเมืองคาร์รารา (Carrara) ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหินอ่อนชนิดเดียวกับที่ศิลปินก้องโลก “ไมเคิลแองเจโล” นำมาใช้ในงานแกะสลักของตัวเอง “คุณสมบัติของหินอ่อนช่วยปกป้องชิ้นส่วนหลักของเครื่องขยายเสียงได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติและโครงสร้างที่โดดเด่นนี้ทำให้เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 กลายเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น” มัวริซ การ์เคร่ (Maurice Quarré) ผู้อำนวยการฝ่ายงานคัดสรรและออดิโอไฟล์ บริษัท เซนไฮเซอร์ (Director of Select & Audiophile at Sennheiser)

การออกแบบของรุ่น เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 นั้นเป็นไปตามหลักของการฉีกกรอบกฎเกณฑ์เดิมๆ เพื่อจุดมุ่งหมายของเซนไฮเซอร์ที่ต้องการรังสรรค์ความสมบูรณ์แบบ ลงไปในทุกรายละเอียดของชิ้นงานนั้น ปรากฎอย่างเป็นรูปธรรม “ด้วยเทคโนโลยีอันเหนือระดับของ เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีการออกแบบที่ดูเกินจริง ความสวยงามของมันคือการลดทอนให้เหลือเพียงแต่ สิ่งที่สำคัญเท่านั้น” มร. โอลิเวอร์ เบอร์เกอร์ ผู้บริหารฝ่ายการจัดการออกแบบโกลบอล บริษัท เซนไฮเซอร์ กล่าวอธิบาย

เชิญดื่มด่ำไปในโลกของคุณภาพเสียงแบบไม่มีใครเทียบได้ของ เอชอี 1060 / เอชอีวี 1060 ที่ www.sennheiser-reshapingexcellence.com และสามารถชมคลิปบันทึกการสัมภาษณ์ เกรกอรี พอร์ตเตอร์ ฉบับเต็ม ได้ที่ www.sennheiser.com/bluestage

เดอะพาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ประกาศบูมตลาดไอทีย่านประตูน้ำเต็มกำลัง

เดอะพาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ประกาศบูมตลาดไอทีย่านประตูน้ำเต็มกำลัง
ทุ่มงบ 100 กว่าล้าน ปั้นพาลาเดียม ไอที ศูนย์ไอทีที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในย่านนี้ พร้อมเปิดตัว 27 พ.ย.นี้

บริษัท เกรทไชน่า มิลเลนเนียม (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือบริษัท พรหมมหาราช พัฒนาที่ดิน จำกัด ผู้บริหารจัดการศูนย์การค้า เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง และโรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ศูนย์การค้าและโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ใหญ่ที่สุดย่านประตูน้ำ ทุ่มงบ 100 กว่าล้านบาท ปรับโฉมศูนย์การค้าเดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ชั้น 4 5 และ 6 เปิดโซน “พาลาเดียม ไอที” ศูนย์รวมสินค้าที่ทันสมัยที่สุดและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ จับกลุ่มคนไอทีทุกเพศ ทุกวัย นักท่องเที่ยว พร้อมผสานจุดแข็งด้านธุรกิจเพื่อรองรับงานธุรกิจงานแสดงสินค้า ประชุมและ สัมมนา (MICE) ด้านไอที

นายวัลลภ กมลวิศิษฎ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรหมมหาราช พัฒนาที่ดิน จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการศูนย์การค้าฯ แห่งนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็นเดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ในปี 2553 เพื่อทำเป็นศูนย์ การค้าแฟชั่นทั้งค้าปลีกและค้าส่งที่ทันสมัย ล่าสุดบริษัทฯ ได้จับมือกับพันธมิตรกลุ่มผู้ประกอบการด้านไอทีย่าน ประตูน้ำและผู้ประกอบการหลายแบรนด์ เพื่อเปิดโซน “พาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ” โดยบริษัทฯ ได้ใช้งบประมาณ มากกว่า 100 ล้านบาท ในการปรับโฉมพื้นที่รวมขนาด 25,000 ตารางเมตรของบริเวณชั้น 4 5 และ 6 ใหม่ทั้งหมด ให้เป็นแหล่งรวมสินค้าและบริการแบบครบวงจรด้านไอทีแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่แล้ว กว่า 90% คิดเป็นจำนวนร้านค้าแล้ว 250 ร้าน จำหน่ายสินค้าไอทีทุกประเภทมากกว่า 50 แบรนด์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์โชว์รูมและศูนย์บริการแบรนด์ดังมากมาย เช่น Fuji Xerox, Ascenti, STREK ทั้งยังมีเมกาสโตร์อย่างแบรนด์ เจ.ไอ.บี. (J.I.B.) แอดไวซ์ (ADVICE) เอ.อาร์.ซี. (ARC) เทนด้า (Tenda) และสแกนเนอร์ (Scanner) เป็นต้น หรืออย่างโชว์รูมที่ไม่เคยเปิดที่ไหนมาก่อนอย่าง GIGABYTE, Thermaltake ก็มาเปิดที่นี่ด้วย

พาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ แบ่งเป็นโซนต่างๆ กระจายอยู่บนชั้น 4 5 และ 6 ของศูนย์การค้าฯ โดยชั้น 4 เป็นร้านค้า รายย่อย มีประมาณ 150 ร้านค้า ชั้น 5 เป็นตัวแทนผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ชั้นนำ 43 ร้านค้า และร้านจำหน่าย มือถืออีก 40 ร้าน ส่วนชั้น 6 เป็นแบรนด์ใหญ่พวกฟู้ดสโตร์ คอนวีเนียนสโตร์ และธนาคารที่อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งจะเปิดให้บริการเป็นโซนสุดท้าย

นายวัลลภ กล่าวถึงจุดเด่นของพาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ ว่า “ประการแรก เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์สี่แยกประตูน้ำ บริเวณหัวมุมระหว่างถนนเพชรบุรีตัดใหม่กับถนนราชปรารภ เดินทาง เข้าถึงได้อย่างสะดวก ทั้งทางรถยนต์ รถประจำทาง เรือโดยสารที่ท่าเรือประตูน้ำ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์สถานี ราชปรารภ และอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีชิดลม ประการต่อมา ศูนย์การค้าฯ มีลักษณะเป็น คอมเพล็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในย่านประตูน้ำ ติดกับโรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ (The Berkeley Hotel Pratunam) โรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่มีห้องพักถึง 788 ห้อง มีห้องบอลรูมและฮอลล์สำหรับจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่สามารถ รองรับแขกได้ถึง 3,000 คน มีอาคารเดอะ พาลาเดียม ออฟฟิศ (The Palladium Office) ซึ่งเป็นอาคาร สำนักงานสูง 38 ชั้น และมีที่จอดรถที่ สามารถรองรับรถยนต์ได้มากถึง 2,500 คัน ทั้งยังอยู่ในแหล่งช้อปปิ้งที่มี ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก”

“เมื่อรวมจุดเด่นทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน จะพบว่าพาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ ไม่ได้มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าเพียงผู้สนใจ สินค้าไอทีชาวไทยและชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังมุ่งจับลูกค้านักธุรกิจและนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ (MICE) อีกด้วย ทั้งที่มาเพื่อเข้าร่วมงานประชุมธุรกิจ งานอบรมสัมมนา งานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า เป็นต้น ในทำนองเดียวกัน กลุ่มบริษัทผู้ผลิตสินค้าไอทีก็สามารถใช้ห้องจัดเลี้ยงหรือพาลาเดียมฮอล์เป็นที่จัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ทั้งงานเปิดตัว สินค้า งานแถลงข่าว งานประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์พนักงาน งานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า เป็นต้น”

ทางด้านแผนการตลาด นายวัลลภ กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้วางงบประมาณไว้ปีละ 20 ล้านบาท สำหรับการทำสื่อ โฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงสื่อจอแอลอีดีที่ใหญ่ที่สุดในย่านประตูน้ำ แยกรัชดาภิเษก และย่าน ใจกลางธุรกิจอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็ยังเน้นการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทราฟฟิกคนเดิน และกระตุ้นยอดขาย โดยแบ่งสัดส่วนเป็นงานไอที 70% และสินค้าไลฟ์สไตล์ 30%”

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ประกอบด้วย Vmodtech’s Asia LAN Party 2015 และมินิคอนเสิร์ต AB Normal ในวันที่ 14 ต่อด้วยงาน AMD OMG Party! 2015 ในวันที่ 28 และงานพาลาเดียม ไอที ประมูลนี้เพื่อน้อง พร้อมการประกวด Cosplay ในวันที่ 29 พ.ย.

“ถึงแม้ตลาดไอทีในปัจจุบันจะไม่ได้คึกคักมากนัก แต่ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เพราะสินค้าไอทีกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตประจำวันและกลายเป็นสินค้าแฟชั่นไปแล้ว ไลฟ์ไทม์ของสินค้าสั้นลง ผู้บริโภคเปลี่ยนสินค้าในมือบ่อย และเร็วขึ้น อีกทั้งปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจากหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นจีน ยุโรป หรือจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม อาเซียนนิยมมาช้อปสินค้าไอทีในย่านประตูน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับกลุ่มทัวร์นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักที่โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ที่มีมาตลอดทั้งปี ทางบริษัทฯ จึงมั่นใจว่าพาลาเดียม ไอที ประตูน้ำ จะค่อยๆ เติบโตขึ้น เรื่อยๆ และภายใน 2-3 ปี จะกลายเป็นศูนย์รวมสินค้าและบริการด้านไอทีที่ได้รับการตอบรับมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย” นายวัลลภ กล่าวสรุป

เดลล์ฉลองครบรอบ 20 ปี เดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้

เดลล์ฉลองครบรอบ 20 ปี เดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้
รับบริจาคคอมพิวเตอร์เดลล์ส่งต่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

นางสาวลษิดา สุทธาโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยทีมงาน ฉลองการดำเนินธุรกิจครบ 20 ปีในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผ่านโครงการตอบแทนสังคมครั้งสำคัญ “เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ฉลอง 20 ปี เดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยคอมพิวเตอร์ให้เด็กด้อยโอกาสในประเทศไทย 20 โรงเรียน” โดยมีผู้ให้ความสนใจและนำคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่ภายในงานกันจำนวนมาก ซึ่งโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ ภายใต้โครงการ Give Green CBD Synergy Power 2015 และมูลนิธิกระจกเงา ที่ได้นำชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ยังสามารถใช้ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าที่ได้รับมาใช้ประกอบเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เพื่อมอบให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลรวม 20 โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมกิจกรรมอื่นๆ และลุ้นรับของรางวัลกันอย่างสนุกสนาน โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นที่อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเดลล์เพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/DellThailand หรือ www.dell-thailand.com

ฟีเจอร์ใหม่จาก ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ และ ฟิตบิท เซิร์จ


ฟีเจอร์ใหม่จาก ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™)

ฟีเจอร์ใหม่จาก ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™)
ช่วยแทร็กการทำกิจกรรมต่างๆได้อัตโนมัติ ทั้งการปั่นจักรยาน เดินป่า วิ่ง หรือแม้แต่การเล่นบาสเก็ตบอล ฟุตบอลและเทนนิส

ฟิตบิทเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อยกระดับฟีเจอร์ให้กับสินค้ายอดนิยมที่ขายดีที่สุด

ฟิตบิท (Fitbit) ผู้นำด้านอุปกรณ์การดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกายแบบเชื่อมต่อ (Connected Health and Fitness) ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกที่จะทำให้การตรวจจับกิจกรรมในชีวิตประจำวันสะดวกและง่ายดายขึ้นกว่าที่เคย

• ฟิตบิทเปิดตัว SmartTrack™ ระบบตรวจจับกิจกรรมออกกำลังกายอัตโนมัติพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพ PurePulse™ ระบบตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจในรุ่นฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™) ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์การดูแลสุขภาพติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายและนาฬิกาจีพีเอสที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา

• ฟิตบิทเปิดตัวฟีเจอร์ Exercise Goals หรือฟีเจอร์การตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายในแอพฯ ฟิตบิท (Fitbit app) ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ฟิตบิทสามารถค้นพบกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสมกับเป้าหมายในแต่ละวันของแต่ละบุคคลและเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้ไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้

“ฟิตบิทพยายามสร้างฟีเจอร์แห่งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ใช้งานง่าย ทำให้การติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายสนุกและมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นให้คนอยากออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น” คุณ ทิม โรเบิร์ต รองประธานด้านอินเตอร์แอคทีฟของฟิตบิท กล่าว “ผู้ใช้ฟิตบิททุกคนล้วนมีการขยับตัวออกกำลังกายในทุกย่างก้าว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอย่างการพาสุนัขเดินเล่นหรือการปั่นจักรยานไปทำงาน ฟีเจอร์ใหม่นี้ทำให้พวกเขาสามารถโฟกัสไปที่ตัวกิจกรรมที่ทำอยู่ ทั้งยังทำให้เห็นถึงช่วงที่แอคทีฟที่สุด และปล่อยให้เทคโนโลยีนั้นทำหน้าที่ติดตามและวัดกิจวัตรประจำวันของพวกเขาโดยอัตโนมัติ”

บันทึกการออกกำลังกายอัตโนมัติกับ SmartTrack™
ระบบ SmartTrack™ ช่วยตรวจจับการออกกำลังกาย และแสดงผลนั้นๆ ในวิธีที่ฉลาดขึ้นและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยระบบ SmartTrack™ ที่สามารถตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติสำหรับประเภทกิจกรรมที่เลือกและบันทึกเก็บไว้ในแอพฯ ฟิตบิทได้อย่างชาญฉลาด

• ตรวจจับกิจกรรมการออกกำลังกายอัตโนมัติ: SmartTrack™ ตรวจจับกิจกรรมการออกกำลังกายอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง เมื่อสวม ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™) ซึ่งระบบสามารถแยกแยะและบันทึกแต่ละประเภทของชนิดกีฬาในแอพฯ ฟิตบิท พร้อมสรุปผลระยะเวลา แคลอรี่ที่เผาพลาญไป และอัตราการเต้นของหัวใจ โดย SmartTrack™ สามารถที่จะแบ่งได้ตามประเภทของกิจกรรม ทั้งการเดินบนเครื่องออกกำลังกาย ปั่นจักรยานกลางแจ้ง วิ่ง เดิน การออกกำลังกายแบบแอโรบิคทั่วไปอย่าง ซุมบ้า ต่อยมวยแบบเน้นคาร์ดิโอ และคลาสเต้นต่างๆ รวมถึงกีฬาประเภทอื่นๆเช่น เทนนิส บาสเก็ตบอล และฟุตบอล

• การตั้งเป้าหมายส่วนตัว: แต่ละบุคคลให้ความหมายของการออกกำลังกายแตกต่างกัน ผู้ใช้ฟิตบิทจึงสามารถเลือกประเภทของกิจกรรมการออกกำลังกายได้เอง และยังสามารถปรับเวลาว่าต้องขยับนานเท่าไหร่จึงจะเริ่มนับเป็นกิจกรรมที่บันทึกในแอพฯฟิตบิท

การตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจระหว่างออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
PurePulse™ เทคโนโลยีตรวจวัดการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของฟิตบิท มีการอัพเดทใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ฟิตบิทสัมผัสประสบการณ์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดียิ่งขึ้นระหว่างและหลังการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง อย่างบู้ท แคมป์ และซุมบ้า มีการอัพเดทใหม่นี้สามารถใช้ได้เมื่ออยู่ในโหมดออกกำลังกายของฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และโหมดกีฬาหลากหลายของ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™)

กระตุ้นให้แอคทีฟตลอดเวลากับการตั้งเป้าหมายรายสัปดาห์
สมาคมแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าคนทั่วไปควรจะออกกำลังกายโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันและอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ฟีเจอร์ Exercise goals เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี สำหรับผู้ที่ใช้ฟิตบิทและผู้ที่มีแอพฯ ฟิตบิททุกคน โดย Exercise goals คอยติดตามผลทุกวันร่วมกับการวางแผนปละกำหนดเป้าหมายรายสัปดาห์ และช่วยกระตุ้นให้ผู้คนออกกำลังกายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้มากขึ้นตามแผนที่วางไว้ โดยทุกๆความก้าวหน้าของผู้ใช้จะแสดงบนหน้าจอในแอพฯ ฟิตบิท

ผู้ใช้ฟิตบิทสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากฟีเจอร์ Exercise goals:
• ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และ ฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™): ติดตามการออกกำลังกายโดยใช้ SmartTrack™ หรือการติดตามกิจกรรมโดยการใช้โหมดออกกำลังกาย โหมดเล่นกีฬาหลากหลาย หรือ MobileRun® หรือการล็อกอินในโหมดออกกำลังกาย
• ฟิตบิท ชาร์จ (Fitbit Charge™): ติดตามการออกกำลังกายโดยใช้การติดตามกิจกรรมโดยการใช้โหมดออกกำลังกาย MobileRun® หรือการล็อกอินในโหมดออกกำลังกาย
• ฟิตบิท เฟล็กซ์ (Fitbit Flex™) ฟิตบิท วัน (Fitbit One™) และ ฟิตบิท ซิป (Fitbit Zip™): ติดตามการออกกำลังกายโดยใช้ MobileRun® หรือการล็อกอินในโหมดออกกำลังกาย

พร้อมให้ใช้งานแล้ว
ผู้ใช้ ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™) อัพเดทซอฟต์แวร์ระบบ SmartTrack™ และ PurePulse™ ได้ฟรีทั่วโลกแล้ววันนี้ อีกทั้งฟีเจอร์ Exercise Goals ก็พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ ใน แอพฯ ฟิตบิท ทั้งระบบไอโอเอสและวินโดวส์ ส่วนระบบแอนด์ดรอยส์จะตามมาในเร็วๆ นี้ โดยนวัตกรรมฟีเจอร์ใหม่นี้มีเฉพาะของ ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™) เท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ ช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) และฟิตบิท เซิร์จ (Fitbit Surge™) มีสีใหม่ สีน้ำเงินและสีส้มแทงเจอรีนจำหน่ายแล้ว ส่วนฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์ (Fitbit Charge HR™) ยังมีสีเขียวนกเป็ดน้ำ (teal) วางจำหน่าย ด้วย

สามารถเข้าไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ฟิตบิทได้ที่ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.fitbit.com หรือหน้าเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/fitbitTH

หน้าจอแสดงถึงรายละเอียดการออกกำลังกายของ ฟิตบิท ชาร์จ เอชอาร์

หน้าจอแสดงถึงรายละเอียดเมนูตารางการออกกำลังกายเพื่อการวางแผนการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หน้าจอแสดงถึงการตั้งเป้าหมายสำหรับการออกกำลังกายในโหมดต่างๆ

หน้าจอแสดงผลเมื่อออกกำลังกายถึงเป้าหมายซึ่งสามารถตรวจจับประเภทของการออกกำลังกาย
ได้โดยอัตโนมัติและสามารถบันทึกไว้ในแอพฯ หลังออกกำลังเสร็จ

ปั่นจักรยานได้อุ่นใจและปลอดภัยสูงสุดกับ “Garmin Varia”

ปั่นจักรยานได้อุ่นใจและปลอดภัยสูงสุดกับ “Garmin Varia”
เรดาร์อัจฉริยะเครื่องแรกของโลก แจ้งเตือนนักปั่นเมื่อมีรถเข้าใกล้ในระยะ 140 เมตร

เพราะการถูกรถชนจากด้านหลังเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับนักปั่นจักรยาน การ์มินจึงคิดค้นการ์มิน วาเรีย (Garmin Varia) เรดาร์อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้นักปั่นทั่วโลก การ์มิน วาเรียเป็นเรดาร์อัจฉริยะสำหรับนักปั่นเครื่องแรกของโลกที่สามารถแจ้งเตือนนักปั่นถึงรถที่กำลังเข้ามาจากด้านหลังภายในระยะ 140 เมตรได้สูงสุด 8 คัน พร้อมกราฟิกแสดงระยะห่างและความเร็วของรถที่เข้ามาใกล้ และเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น การ์มิน วาเรีย ยังเป็นไฟท้ายที่สามารถปรับความสว่างได้อัตโนมัติ และจะกระพริบเตือนผู้ขับรถเมื่อเข้าใกล้จักรยานจากด้านหลัง

การ์มิน วาเรีย ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ 1) เรดาร์อัจฉริยะซึ่งเป็นไฟท้ายในตัวสำหรับติดหลังอานจักรยาน และ 2) หน่วยแสดงเรดาร์ที่ช่วยแจ้งเตือนนักปั่นเมื่อมีรถเข้ามาใกล้ อายุแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้สูงสุด 5 ชั่วโมง ระดับการกันน้ำ IPX7 ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับจีพีเอสจักรยานการ์มิน เอดจ์ 1000 (Garmin Edge 1000) โดยใช้เอดจ์ 1000 แทนหน่วยแสดงผลได้

การ์มิน วาเรีย วางจำหน่ายแล้วในราคา 8,200 บาท (เฉพาะเรดาร์) และ 12,300 บาท (เรดาร์พร้อมหน่วยแสดงผล) ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีและแก็ดเจ็ต ตัวแทนจำหน่ายร้านจักรยาน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Garmin Call Center 0-2266-9944

เทรนด์ไมโครเผยรายงานความปลอดภัยไตรมาส 3

เทรนด์ไมโครเผยรายงานความปลอดภัยไตรมาส 3
วิเคราะห์ช่องโหว่และผลกระทบจากปัญหาข้อมูลรั่วไหล

เน้นย้ำปัญหาการเจาะระบบโมบายล์ อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย

ความเชื่อมโยงของเทคโนโลยีนำไปสู่จุดที่อุปกรณ์ต่างๆมีความเสี่ยงในการใช้งาน และในช่วงไตรมาสที่สามผลกระทบของการโจมตีทางไซเบอร์เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน และวันนี้ บริษัท เทรนด์ไมโคร (Trend Micro Incorporated) (TYO: 4704; TSE: 4704) เปิดเผยรายงานสรุปด้านความปลอดภัยที่มีชื่อว่า “Hazards Ahead: Current Vulnerabilities Prelude Impending Attacks” (ภัยคุกคามที่รออยู่: ช่องโหว่ที่พบจะเป็นต้นเหตุของการโจมตี) รายงานดังกล่าววิเคราะห์ช่องโหว่และการโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่แล้ว รวมถึงผลกระทบของการเจาะระบบรักษาความปลอดภัย ช่องโหว่ที่พบบนแพลตฟอร์มโมบายล์ และจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในทางกายภาพของผู้ใช้ นอกจากนั้น ช่องว่างด้านความปลอดภัยเหล่านี้ยังนำไปสู่เหตุการณ์สำคัญๆ ที่เทรนด์ไมโครเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากในช่วงปี 2559

“วิวัฒนาการของการโจมตีเริ่มที่จะส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อผลประกอบการขององค์กร รวมถึงชีวิตของผู้คน” ไรมันด์ จีนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของเทรนด์ไมโคร กล่าว “การค้นพบช่องโหว่มากมายและปัญหาข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสนี้ จะทำให้ข้อมูลลับถูกเปิดเผยมากขึ้น และสร้างความเสียหายต่อประชาชนทั่วไป และข้อมูลดังกล่าวจะถูกขายให้แก่ผู้ที่เสนอยอดประมูลสูงสุดในตลาดมืด หรือ Deep Web”

กรณีข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่แล้ว เช่น การเจาะเว็บไซต์หาคู่ Ashley Madison ก่อให้เกิดการโจมตีมากมาย และทำให้ข้อมูลลับถูกเปิดเผยในที่สาธารณะจนสร้างความเสื่อมเสียต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและร้ายแรงเกินกว่าการหยุดชะงักของธุรกิจทั่วไป อาชญากรไซเบอร์ซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่รั่วไหล เพื่อดำเนินการโจมตีและแบล็คเมล์ผู้ใช้ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อ Avid Life Media ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ รวมไปถึงผู้ใช้ของ Ashley Madison กว่า 30 ล้านคน โดยการโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหลายรายตัดสินใจฆ่าตัวตาย

นอกจากนี้ ยังมีการพบการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อแวดวงการแพทย์ เช่น การโจมตีระบบสุขภาพ UCLA ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลเวชระเบียนของผู้ป่วยราว 4.5 ล้านคนเกิดรั่วไหล ที่จริงแล้ว ข้อมูลด้านสุขภาพที่สามารถระบุตัวบุคคลเป็นข้อมูลที่ถูกโจรกรรมมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง เมื่อเทียบกับการรั่วไหลของข้อมูลประเภทอื่นๆ ทั้งหมด กรณีเหล่านี้ตอกย้ำเหตุผลว่าทำไมแวดวงการแพทย์จึงตกเป็นเป้าหมายหลักสำหรับอาชญากรไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

ผู้โจมตียังคงพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้อุปกรณ์พกพา โดยใช้ประโยชน์จากช่องว่างในระบบรักษาความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม iOS และ Android การค้นพบช่องโหว่ใน Android ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับใช้กลยุทธ์ด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจร ขณะที่เครื่องมือสร้างแอพที่ถูกดัดแปลงก็หักล้างความเชื่อที่ว่า แนวทางแบบระบบปิดของ iOS ในเรื่องของความปลอดภัยจะช่วยให้แพลตฟอร์มดังกล่าวรอดพ้นจากการโจมตี

“นักวิเคราะห์ของเทรนด์ไมโครพบว่า ไซเบอร์สเปซมีอันตรายเพิ่มมากขึ้น และการโจมตีไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะแยกออกจากกันอีกต่อไป” ทอม เคลเลอร์มานน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของเทรนด์ไมโคร กล่าว “เพื่อป้องกันการเจาะระบบและลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต องค์กรต่างๆ จะต้องมุ่งเน้นการป้องปรามการบุกรุก และรับมือกับการแพร่กระจายระยะที่สอง (Downloader) การติดตั้งระบบตรวจจับการละเมิดถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดระยะเวลาที่แฮ็กเกอร์แอบแฝงอยู่ในเครือข่ายขององค์กร การคาดการณ์ที่จะถูกโจมตีและการอยู่รอดจากการโจมตีจะเป็นหัวข้อหลักที่คุณต้องเตรียมตัวนับจากนี้จนถึงปลายปี 2559

ต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ระบุไว้ในรายงานในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3:

► ข้อมูลที่รั่วไหลถูกใช้ในการโจมตีและการขู่กรรโชกครั้งต่อๆไป การโจมตี The Hacking Team และ Ashley Madison ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และการรักษาความปลอดภัย
► การค้นพบจุดอ่อนบนแพลตฟอร์มโมบายล์เน้นย้ำถึงปัญหาที่มีอยู่ในทั้งสองระบบ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนระบบ Android กูเกิลได้แจ้งว่าจะทำการอัพเดตด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
► อาชญากรไซเบอร์ใช้ “แนวทางแบบเหวี่ยงแห” สำหรับการโจมตีด้วยมัลแวร์ PoS ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กเป็นหลัก การโจมตีที่ปรากฏให้เห็นในช่วงไตรมาส 3 เกี่ยวข้องกับมัลแวร์ PoS ที่ใช้เทคนิคแบบ “เก่า” เช่น สแปม รวมถึงเครื่องมือต่างๆ เช่น มัลแวร์มาโคร ชุดเครื่องมือเจาะระบบ และบ็อตเน็ต
► บุคคลสำคัญทางการเมืองตกเป็นเป้าหมายการจารกรรมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด พบว่าปฏิบัติการ Pawn Storm ได้ขยายเป้าหมายจากองค์กรของสหรัฐฯ ไปสู่องค์กรของรัสเซียเพิ่มมากขึ้น
► Angler Exploit Kit ยังคงเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยมีการเข้าใช้งานเพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์ ผู้สร้าง Angler Exploit Kit ได้อัพเดตเครื่องมือโจมตีในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้คนร้ายใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อเผยแพร่มัลแวร์ใหม่ๆ กันอย่างกว้างขวาง
► ผลวิจัยล่าสุดระบุปัญหาเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่รองรับอินเทอร์เน็ต ผู้โจมตีกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเจาะข้อมูลระดับสูง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วอาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนทั่วไป

ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่: http://www.trendmicro.com/vinfo/us/security/research-and-analysis/threat-reports/roundup/vulnerabilities-prelude-impending-attacks

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดด้านระบบบริหารการจัดการ

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดด้านระบบบริหารการจัดการ
คลังสินค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ อิ๊งค์ (NASDAQ:MANH) ได้ประกาศผลการจัดอันดับการเป็นผู้นำทางด้าน “ซอฟต์แวร์และการให้บริการด้านระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเบ็ตเสร็จในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งวัดจากรายได้โดยการจัดอันดับของ ARC Adisory Group ”จากผลการวิจัยการตลาดระดับโลกด้านระบบบริหารจัดการคลังสินค้า การวิเคราะห์การตลาดและ การคาดการณ์ถึงปี พ.ศ. 2562” รายงานนี้ยังได้กล่าวถึงความโดดเด่นของบริษัทแมนฮัตตั้น แอสโซซิเอส ว่าเป็นผู้นำในการให้บริการซอฟต์แวร์การบริหารจัดการคลังสินค้าระดับโลก ทางด้าน”ซอฟต์แวร์และการให้บริการระบบบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเบ็ตเสร็จ” ซึ่งวัดจากรายได้ โดยตำแหน่งดังกล่าวนี้ตกเป็นของแมนฮัตตั้น แอสโซซิเอสท์ อิ๊งค์ มากว่าทศวรรษแล้ว

ในรายงานฉบับนี้ นายคลิ้นท์ ไรย์เซอร์, นักวิเคราะห์ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรจาก ARC Advisory Group กล่าวว่า “การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการจัดจำหน่ายแบบomni-channel ในปัจจุบัน เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจพาณิชณ์อิเลคโทรนิคแบบก้าวกระโดด และเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการบริหารห่วงโซ่อุปทานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

แมนฮัตตันยังคงเดินหน้าขยายและพัฒนาขึดความสามารถของระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานของธุรกิจพาณิชย์อิเลคโทรนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับมือกับการเปลี่ยนผ่านและการจัดการการเติมเต็มความต้องการของธุรกิจพาณิชย์อิเลคโทรนิคจากสถานที่เดียวได้ สิ่งนี้จะมีประโยชน์ในการสร้างรากฐานเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการเติมเต็มสินค้าจากหลากหลายช่องทางได้เป็นอย่างดี

นายไรย์เซอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถึงแม้ว่า แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ จะเป็นที่รู้จักกันดีในตลาดการค้าปลีก แต่พวกเขายังคงมุ่งหน้าพัฒนาระบบ WMS สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริหารคลังสินค้าที่แตกต่างกัน โดยในปีที่ผ่านมา แมนฮัตตัน ได้เปิดตัว DM Mobile ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับผู้จัดการคลังสินค้า ซึ่งรวมฟังค์ชั่นการทำงาน ข้อมูลการบริหารจัดการคลังฯและการบริหารแรงงานเข้าไว้ด้วยกันในตัวเดียว

รายงานระบุว่า ทวีปเอเชียมีศักยภาพในการขยายตัวในตลาดเป็นอย่างมาก นายไรย์เซอร์ เสริมว่า ศักยภาพของทวีปเอเชียมาจากปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงระดับการแข่งขันที่ต่ำและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ WMS เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอีก 5 ปีข้างหน้า โซลูชั่นของ แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ ได้ถูกนำไปใช้งานในหลายประเทศในภูมิภาคเอชียแปซิฟิค ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศ ออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์,สิงค์โปร์, เกาหลีใต้ และไทย ผู้เชี่ยวชาญในโซลูชั่นของแมนฮัตตันในภูมิภาคดังกล่าวประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนจากองค์กรคู่ค้าระดับท้องถิ่นรวมถึง พนักงานของแมนฮัตตันอีกกว่า 3,000 คนทั่วโลก

นายริชาร์ด ไรท์, ผู้จัดการทั่วไป, บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า
“เรามีความภูมิใจที่จะแสดงความแข็งแกร่งของเราในรายงานที่มีอิทธิพลนี้ต่อไป สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเราได้เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (WMS) ในปีที่ผ่านมา โซลูชั่นของเราได้ช่วยยกระดับลูกค้าในภูมิภาคโดยมุ่งเน้นการบริหารสินค้าคงคลัง การเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า และความสามารถในการมองเห็นสินค้าคงคลังในเครือข่าย เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่เห็นลูกค้าของเราตระหนักว่าการลงทุนนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาการในลำดับต่อไปสำหรับเพิ่มความสามารถในการสร้างช่องทางในการเติมเต็มสินค้าจากหลากหลายช่องทาง
โซลูชั่นด้านซัพพลายเชนเชิงพาณิชย์ (Supply Chain Commerce Solution) ของเราสามารถช่วยลูกค้าได้ในหลายๆด้านและเราจะคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อจะให้แน่ใจว่าซัพพลายเชนจะเชื่อมต่อกับลูกค้าของพวกเขา เพื่อช่วยเสริมสร้างความภักดีในผลิตภัณฑ์, เพิ่มรายได้ และผลกำไร”

รายงานของ ARC เผยว่า แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ เป็นผู้นำในตลาดโดยถือส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดถึง 23 ประเภท จากทั้งหมด 37 ประเภท ประกอบไปด้วย:
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีกเครื่องนุ่งห่ม
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับห้างสรรพสินค้า
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ ก่อสร้าง ปรับปรุงบ้าน
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีก
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจยา
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีกของชำ
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจ ขนส่งและโลจิสติกส์
• ระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจค้าส่ง

ติดตามข่าวสารของ แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ ได้ที่ Twitter และ Facebook

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ ผู้ให้บริการด้านซัพพลายเชนเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวบรวมทุกส่วนสำคัญของธุรกิจ เพื่อช่วยให้คุณพร้อมสำหรับการขายและพร้อมที่จะปฏิบัติงาน จากบรรดาร้านค้าต่างๆ ตลอดจนเครือข่ายหรือคลังสินค้าของคุณ เราสรรสร้างและส่งมอบโซลูชั่นชั้นนำในตลาดเพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจเพื่อให้มียอดขายเพิ่มขึ้น โดยการรวบรวมความต้องการ ในส่วนงานขาย เข้ากับวิธีการปฏิบัติงานในส่วนของ ระบบซัพพลายเชน โดยซอฟแวร์ ที่เป็น เทคโนโลยี แพลตฟอร์มของเรา เมื่อรวมเข้ากับประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายที่ผ่านมาของเรา ช่วยให้ธุรกิจของลูกค้ามีความพร้อมและเติบโตอย่างมีศักยภาพเพื่อรองรับช่องทางการขายรูปแบบ “ออมนิ แชนแนล”(Omni Channel) ในอนาคตได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าไปที่ www.manh.com

FSP เปิดตัวพาวเวอร์ซัพพลายซีรีส์ HYPER ใหม่อีกครั้ง

FSP เปิดตัวพาวเวอร์ซัพพลายซีรีส์ HYPER ใหม่อีกครั้ง
ตอกย้ำความเป็น PSU ประสิทธิภาพสูงในราคาที่จับต้องได้

พาวเวอร์ซัพพลายที่มีประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า 85% มาพร้อมกับพัดลมที่เงียบและระบบไฟสำหรับ SATA ที่แสนสะดวก

FSP ผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลายที่มีประสบการณ์ยาวนาน วันนี้ได้ประกาศเปิดตัวพาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER ซึ่งผ่านการออกแบบใหม่หมด เน้นการเชื่อมต่อที่สะดวกและง่าย พร้อมด้วยประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีขึ้น พาวเวอร์ซัพพลายรุ่นนี้ยังเป็นแบบ Active PFC และมีคุณสมบัติการทำงานที่เงียบและทนทานมากขึ้น พาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER ยังมีประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้าได้มากกว่า 85% โดยมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 500W, 600W และ 700W เลยทีเดียว

ประสิทธิภาพคุ้มราคา
FSP HYPER PSU ทั้ง 3 รุ่นนี้สามารถให้ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้ามากกว่า 85% นอกจากนี้ รุ่น 500W และ 600W ยังได้รับการรับรองระดับ 80 Plus 230V EU Bronze ซึ่งเป็น ใบรับรองที่ค่อนข้างจะได้รับยากกว่าปกติ แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ของ FSP ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สามารถผ่านการรับรองนี้ไปได้ด้วยดี

พัดลมระบายความร้อนที่เงียบและทนทาน
พัดลมขนาด 120 มม. ภายใน HYPER นี้ได้ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานอัตโนมัติตามปริมาณโหลดของระบบ ที่ปริมาณโหลด 20% ให้เสียงรบกวนน้อยกว่า 18 เดซิเบล และที่ปริมาณโหลดสูงสุด เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นก็ยังน้อยกว่า 25 เดซิเบล การทำงานจึงค่อนข้างเงียบทีเดียว

สายไฟครบถ้วนทุกความต้องการ
พาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER ได้มีการออกแบบระบบสายไฟที่มีการจ่ายไฟในแบบ 12 โวลต์รางเดี่ยว (Single Rail) ใหม่ เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการประกอบมากขึ้น ประกอบด้วยสายไฟหัว 24 พินความยาว 550 มม. และ หัวแบบ 4+4 พินความยาว 600 มม. สำหรับจ่ายไฟให้กับเมนบอร์ดและซีพียู สายไฟสำหรับ PCIe หัว 6+2 พินความยาว 500 มม. จำนวน 4 เส้น (รุ่น 500W จะมี 2 เส้น) สำหรับจ่ายไฟให้กับกราฟิกการ์ด นอกจากนี้ยังมีสายไฟ SATA ความยาว 500 มม. จำนวน 2 เส้นที่ออกแบบให้มีหัวต่อ SATA จำนวน 4 หัวเรียงอยู่บนเส้นเดียวกัน (Array) โดยแต่ละหัวมีระยะห่างอยู่ที่ 50 มม. เพื่อความสะดวกในการต่อใช้งานไดรฟ์ต่างๆ ได้มากถึง 8 ไดรฟ์เลยทีเดียว สุดท้ายกับสายชนิด Molex/floppy ความยาว 500 มม. เผื่อสำหรับใครที่ยังใช้ไดรฟ์รุ่นเก่าอย่างฟล็อปปี้ดิสก์ก็ยังมีสายไฟให้ใช้ได้อีกด้วย

ทางเลือกสำหรับสายไฟแบบถอดได้
พาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER นี้มาพร้อมกับสายไฟหลายเส้น แต่ในการใช้งานจริง ผู้ใช้อาจต้องการเอาสายไฟบางเส้นออก เพื่อเพิ่มเติมที่ว่างภายในเคสและเพิ่มความสามารถในการระบายอากาศภายในเครื่องพีซีให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น พาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER M ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการจัดการสายไฟแบบถอดได้ นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักประกอบคอมพ์ขั้นสูง

ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยสำหรับพีซี
เริ่มจากสายไฟทุกเส้นจะมีการหุ้มด้วยสายถักตลอดเส้นเพื่อป้องกันสายไฟเปื่อยหรือถลอก อีกทั้งยังช่วยไม่ให้สายหักจนสายไฟข้างในทะลุออกมาช็อตเครื่องพีซีได้ พาวเวอร์ซัพพลายรุ่น HYPER นี้ยังมีระบบป้องกันไฟฟ้าต่างๆ ทั้ง OCP, OVP และ SCP ซึ่งมีทั้งในรุ่น 500w, 600w และ 700w ทำให้ซีรีส์ HYPER คือตัวเลือก PSU ที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ที่ต้องการ PSU ที่มีประสิทธิภาพสูง อายุใช้งานยาวนาน ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

ราคาและการวางจำหน่าย
พาวเวอร์ซัพพลายในซีรีส์ HYPER มีวางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าทั่วไป

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที
http://www.fsplifestyle.com/series.php?LID=1&SID=456

ดูข้อมูลสถานที่จำหน่ายได้ที่
http://www.fsplifestyle.com/wheretobuy.php?LID=1