เมษายน 16, 2021

NCR ส่งนวัตกรรมแปลงโฉมรูปแบบสาขาธนาคารรุกตลาดประเทศไทย

 

NCR Corporation แถลงข่าวยืนยันความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ธุรกิจของNCRในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดหลักในการขยายการเติบโตพร้อมส่งนวัตกรรมเพื่อธุรกรรมทางการเงินเข้ารุกประเทศไทยภายในปี 2556 และต่อเนื่องถึงปีหน้า ประเทศไทยจะได้พบกับ APTRA Interactive Teller เครื่องวิดีโอเอทีเอ็มแบบใหม่ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ (เสมือนกับเดินทางไปทำธุรกรรมที่สาขา) กว่า 95% ได้ด้วยตัวเองที่เครื่องเอทีเอ็มแบบใหม่นี้ พร้อมบริการออนไลน์จากเจ้าหน้าที่ขณะประกอบธุรกรรมแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องรอใช้บริการหน้าเคาท์เตอร์ธนาคาร

“สาขาธนาคารยังคงเป็นส่วนสำคัญในการหาลูกค้าและสร้างรายได้ให้แก่ธนาคาร หากแต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นค่อนข้างสูงและยากต่อการเพิ่มขยายจำนวนสาขาออกไปเรื่อยๆ” ไจวินเดอร์ กิล รองประธานฝ่ายธุรกิจการเงิน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ บริษัท NCR คอร์ปอเรชั่น กล่าว “เจ้าหน้าที่บริการแบบออนไลน์อินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Teller) เป็นโซลูชั่นที่ช่วยในการแก้ปัญหาการเพิ่มจำนวนสาขาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยเรื่องบริการทางเงินของธนาคารด้านอื่นๆอีกมาก ซึ่ง Interactive Teller นี้สามารถทดแทนบริการเหล่านั้นได้เสมือนเป็นผู้ให้บริการของธนาคารจริงๆ ตรงตามเป้าหมาย เข้าถึงพื้นที่ที่ยังขาดเจ้าหน้าที่ เสมือนเป็นสาขาธนาคารนั้นๆ ได้”

NCR นำนวัตกรรมเทคโนโลยีซึ่งมีความพิเศษเฉพาะตัวที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบสาขาของธนาคาร ได้แก่Intelligent Teller Cash Recycler (TCR) และเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่สามารถทำธุรกรรมต่างๆทางการเงินได้ด้วยตนเอง (Self Servicefinancial kiosks) เพื่อสนับสนุนธนาคารในการพัฒนาคุณภาพของการบริการ สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ และยังสามารถช่วยในการสร้างผลกำไร จากการศึกษาโดย NCR เกี่ยวกับตัวเลขค่าใช้จ่ายและเวลาหลังติดตั้งเครื่อง Video Interactive teller ของ NCR แล้วพบว่า เวลาที่ใช้ต่อหนึ่งธุรกรรมลดลง 33% และค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งธุรกรรมลดลง 40% เปรียบเทียบกับการใช้บริการจากเจ้าหน้าที่หน้าเคาท์เตอร์

“บริษัท NCR เข้าใจดีว่า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการสำหรับธนาคารนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น โซลูชั่นสำหรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสาขาธนาคารดังที่กล่าวมา จะช่วยให้ธนาคารสามารถที่จะประยุกต์และรับการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นได้ทีละลำดับเป็นขั้นตอน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสาขา พัฒนาคุณภาพและความประทับใจในบริการ รวมทั้งเร่งเพิ่มผลกำไรของเครือข่ายสาขา” นายพรเทพ พิทักษ์สินสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท NCR ประเทศไทย กล่าว “ธนาคารสาขายังมีความจำเป็นต่อการทำธุรกรรมของลูกค้า ทั้งในส่วนที่เป็นภาคธุรกิจและลูกค้าทั่วไป ในหลากหลายช่องทาง แต่รูปแบบของการให้บริการจะเปลี่ยนไปโดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น NCR มีความพร้อมในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสาขาสู่การทำออโตเมชั่น, ความประทับใจของลูกค้าจากการรับบริการ, การสนับสนุนการขาย และที่สำคัญยิ่ง คือการรักษาฐานลูกค้า”

“เรามุ่งมั่นขยายตลาดของประเทศไทย พร้อมที่จะนำเสนอนวัตกรรมโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องเหมาะสมกับธุรกรรมการเงินและธนาคารมารองรับการขยายตัวของตลาด และพร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจภาคเงินและธนาคารของไทยในเรื่องวิสัยทัศน์ทางด้านเทคโนโลยี ที่มองหาบริการที่แตกต่าง การให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญจาก NCR”ไจวินเดอร์กล่าวเสริม

พรเทพได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “สาขาของธนาคารเป็นกลยุทธ์การเปิดช่องทางบริการที่สำคัญ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตหรือโมบายต่างเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกรรมการเงินที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งหากเป็นธุรกรรมที่ต้องการพูดคุยปรึกษา ลูกค้าย่อมนิยมการรพบปะกับเจ้าหน้าที่มากกว่า ซึ่งจากผลการสำรวจของ Finextra เมื่อปี2554-2555 ชี้ว่าแม้ลูกค้าจะเริ่มต้นศึกษาโปรดักส์ผ่านช่องทางอื่นแต่โปรดักส์ทางการเงินของธนาคารจำนวน 4-5 ประเภท มักจะปิดการขายลงที่การติดต่อแบบตัวต่อตัวที่หน้าเคาท์เตอร์ธนาคาร จึงสบายใจได้ว่าสาขาธนาคารจะดำเนินงานต่อได้อย่างแน่นอน”

Source: NCR
 

ใส่ความเห็น